Fat Loss and Bodybuilding – สลายไขมัน สร้าง SIX-PACK

ถึงเวลา สลายไขมัน ส่วนเกินแล้วหรือยัง?
          เคยเป็นบ้างไหมที่เข้ายิมทุกวัน ควบคุมอาหาร ลองทำทุกอย่างแล้วน้ำหนักก็ยังไม่ลด กล้ามก็ยังไม่โตคมชัด ไม่มีซิกส์แพ็ค (six-pack) เสียที หรือในบางคนอาจเป็นเพราะมีปัญหาภายในร่างกายอย่างอื่นที่อาจทำให้ไม่มีการตอบสนองต่อการควบคุมอาหารและออกกำลังกายเหมือนคนอื่น ๆ ทั่วไป
ฉะนั้นการตรวจร่างกายเพื่อหาสาเหตุจึงมีความจำเป็น
  • การมีฮอร์โมนที่ไม่สมดุลทำให้ร่างกายตอบสนองต่อการออกกำลังกายได้ไม่ดี
  • คนที่มักเข้านอนดึกจะส่งผลให้การออกมาของ Growth Hormone ที่ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อลดมวลไขมันในขณะนอนหลับผิดปกติไปได้
  • บางคนมีการอักเสบเรื้อรังอยู่ในร่างกายที่จะคอยส่งสัญญาณให้ร่างกายมีแนวโน้มที่จะเก็บไขมันไว้ในร่างกาย
          เราสามารถแก้ไขได้ด้วยการออกแบบการกินอาหารและการออกกำลังกายเฉพาะบุคคล และการใช้ตัวช่วยต่าง ๆ ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่จะเข้ามาช่วยให้ไปถึงเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น แต่นอกเหนือจากวิธีที่ได้กล่าวไปนั้น ยังมีวิธีการลดไขมันอีกอย่างที่สามารถทำได้ครับ
การลดไขมันแบบไม่ต้องผ่าตัด Non-surgical fat reduction
          การลดไขมันแบบไม่ต้องผ่าตัดนั้น เป็นการรักษาโดยจะไปทำลายเซลล์ไขมันในบริเวณที่เป็นปัญหา เพื่อลดขนาดของไขมันที่สะสมอยู่ในชั้นใต้ผิวหนัง ซึ่งวิธีนี้จะเหมาะสมกับใครนั้น ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ และความต้องการ และข้อจำกัดของแต่ละคน โดยสามารถประเมินได้ดังนี้ครับ
ข้อดี
  • ไม่ต้องการเวลาพักฟื้นหรือใช้เวลาพักฟื้นน้อยมาก
  • ไม่ต้องใช้ยาในการทำให้สลบ และยังไม่ทำให้เกิดแผลจนเกิดเป็นรอยแผลเป็นหลังทำ
  • ผลการรักษาจะค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ลูกค้าต้องมาทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง
  • ผลการรักษาจะคงอยู่ตลอดหากผู้ป่วยควบคุมน้ำนหักให้คงที่ได้
  • ไม่ได้เพียงแค่ผลในการลดไขมันเท่านั้น ในบางวิธี ยังสามารถได้ผลการรักษาอื่นร่วมด้วย เช่น เซลลูไลท์เรียบขึ้น ผิวหนังตึงกระชับขึ้น เป็นต้น
ข้อจำกัด
  • ไม่สามารถบอกได้ว่าจำนวนไขมันที่ลด จะลดลงเท่าไหร่ อาจบอกได้เป็นเปอร์เซ็นต์คร่าวๆ
  • จำนวนในการทำต้องทำหลายครั้งเพื่อที่จะได้ผลการรักษาตามต้องการ
  • ไม่เหมาะกับคนที่มีปริมาณไขมันเยอะมาก
กำจัดไขมันด้วยการทำ MFAT
          MFAT หรือการทำ Meso Fat คือ การฉีดยาที่ทำให้เกิดการสลายไขมัน ไปยังบริเวณที่เราต้องการ ยาในกลุ่มนี้จะมีส่วนผสมหลัก ๆ เช่น Phosphatidylcholine, Deoxycholate, Dexpanthenol, L-carnitine, Amino acids เป็นต้น ซึ่งจะทำปฏิกิริยาให้ไขมันสลายตัวเป็นของเหลวขับออกทางปัสสาวะและอุจจาระ และยังช่วยสกัดการสะสมของไขมันในบริเวณนั้นอีกด้วย บริเวณที่มักจะมีการฉีด Meso Fat คือ แก้ม เหนียง ต้นแขน ต้นขา เต้านม สะโพกน่อง หน้าท้อง
ข้อดี
  • สามารถลดไขมัน และยังช่วยยกกระชับผิวในยาบางชนิด เหมาะกับการลดไขมันเฉพาะส่วน ในกรณีที่ไม่สามารถลดด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย
ข้อเสีย
  • เนื่องจากมีสารที่ออกฤทธิ์ในการสลายไขมันฉีดไปยังบริเวณที่ต้องการสลาย ผู้ป่วยบางรายอาจแพ้สารเหล่านั้นได้ หรืออาจได้รับผลข้างเคียงจากการฉีด เกิดเป็นรอยช้ำ บวม แดง หรือมีการอักเสบของไขมันบริเวณนั้นได้เช่นกัน
วิธีการดูแลหลังการทำ MFAT
  1. ดื่มน้ำอย่างน้อย วันละ 2 ลิตร เพื่อช่วยในการขับออกของไขมัน
  2. หากสะดวกที่จะใช้วิธีลดไขมันอื่นร่วมด้วย ควรทำร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสลายไขมันให้ดีที่สุด เช่น การใช้เครื่อง Radio Frequency (RF) ช่วยสลาย หรืออาจจะออกกำลังกายร่วมด้วยก็ได้
  3. ควรเลี่ยงการอบซาวน่า การทำทรีทเม้นท์ การนวด และเครื่องดื่มแอลกอลฮอล์ประมาณ 1 สัปดาห์หลังทำ
 
ผู้ป่วยที่ควรหลีกเลี่ยงการทำ Meso Fat
  • สตรีมีครรภ์
  • ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ เบาหวานที่ต้องฉีด Insulin, โรคหลอดเลือดผิดปกติ, โรคเลือด, โรคมะเร็ง และโรคหัวใจ
การกำจัดไขมันด้วยการทำ Exilis Elite 
          เครื่อง Exilis Elite เป็น Focus Continuos Monopolar Radio Frequency ทำงานร่วมกับ Continuos Ultrasounds เครื่องนี้จะทำงานโดยการส่งพลังงานความร้อน 40-42 เซลเซียส ลงไปผ่านชั้นไขมันได้ลึกถึง 205 เซนติเมตร ซึ่งจะลึกกว่าเครื่อง Monopolar RF ทั่วไป พลังงานความร้อนจะทำให้เกิดการตายของเซลล์ไขมันอย่างเป็นธรรมชาติ และจะทำให้กำจัดไขมันเหล่านั้นได้อย่างถาวร และนอกจากนี้ยังสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวดูเรียบเนียน และกระชับขึ้น และยังช่วยให้ริ้วรอยจางลงได้

 

  • ระยะเวลาที่ทำคือ 20-30 นาที จะไม่มีอาการเจ็บ ไม่มีแผล และไม่ต้องพักฟื้น สามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ แต่ควรจะต้องทำอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 4 ครั้ง และห่างกัน 7-10 วัน
  • ผลการรักษาจะชัดเจน หลังการทำครั้งสุดท้ายประมาณ 2 เดือน หลังการรักษาอาจมีอาการแดงของผิวหนัง แต่จะหายเองใน 1-2 ชั่วโมง และผิวจะแห้งลง ควรทาครีมบำรุงบริเวณที่ทำด้วย
  • ควรหลีกเลี่ยงในผู้ป่วยที่ใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ ผู้ป่วยที่มีเหล็กดามกระดูก เบาหวาน ผู้ที่มีความผิดปกติในการรับความรู้สึก มะเร็งเม็ดเลือด โรคเกร็ดเลือด สตรีตั้งครรภ์ กำลังให้นมบุตร หรือกำลังมีประจำเดือน ผู้ที่เพิ่งฉีดbotox ควรทำหลังผ่านไปแล้ว 3 เดือน และผู้ที่ร้อยไหม ควรเว้นอย่างน้อย 6 เดือน
เสริมประสิทธิภาพการกำจัดไขมัน ด้วย Body Booster 
Body Booster เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการดูแลรูปร่างที่จะช่วยการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายให้เห็นผลดียิ่งขึ้น เช่น การให้สารอาหารต่าง ๆ เพื่อเสริมกระบวนการเผาผลาญไขมันในร่างกาย เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เป็นต้น โดยคำนึงถึงเป้าหมายของแต่ละบุคคลครับ
094 441 4965
ปรึกษาปัญหากับคุณหมอฟรี
บีอีคิว คลินิก เวลาทำการ 12:00 – 20:00 น.