ปัจจุบัน การปลูกผม เป็นหนึ่งในวิธีแก้ปัญหา ผมร่วง ผมบาง หัวเถิก แนวไรผมร่น และศีรษะล้าน ที่ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ถึงแม้ การปลูกผมถาวร จะมีมานานนับหลายสิบปีแล้ว ก็ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการปลูกผมอยู่ไม่น้อย
ในบทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจ 5 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการปลูกผม เพื่อให้คนที่กำลังศึกษาข้อมูลหรือกำลังตัดสินใจปลูกผม สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น
อันดับ 5 ใช้ผมของคนอื่นมาปลูกแทนได้ จริงหรือไม่?
คำถามนี้มักเกิดขึ้นในคนที่ต้องการ ปลูกผมแก้ผมบางหรือศีรษะล้าน แต่มีจำนวนรากผมบริเวณด้านหลังและด้านข้างศีรษะ หรือที่เรียกว่า Donor Area ไม่เพียงพอ จึงเกิดคำถามว่า “ถ้ารากผมของเราไม่พอ สามารถนำรากผมของคนอื่นมาปลูกแทนได้ไหม?”
เนื่องจากรากผมเป็นเนื้อเยื่อของร่างกาย เมื่อมีการนำเนื้อเยื่อจากบุคคลอื่นเข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันสามารถจดจำว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมและเกิดการต่อต้านได้ การปลูกถ่ายเนื้อเยื่อระหว่างบุคคลจึงมีประเด็นเรื่องภูมิคุ้มกันที่แตกต่างจากการนำรากผมของตัวเองมาใช้
ดังนั้น การปลูกผม FUE, DHI หรือเทคนิคปลูกผมที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน ยังไม่สามารถนำผมคนอื่นมาปลูกได้ จะต้องใช้รากผมของผู้เข้ารับการปลูกผมเอง โดยแพทย์จะประเมิน Donor Area ก่อนว่า มีจำนวนกราฟต์เพียงพอหรือไม่ เส้นผมมีคุณภาพอย่างไร และสามารถนำออกมาใช้ได้มากน้อยเพียงใดโดยไม่ทำให้บริเวณด้านหลังดูบางจนเกินไป
Donor Area สำคัญต่อการปลูกผมอย่างไร?
Donor Area เปรียบเสมือน “ทรัพยากรรากผม” ที่มีอยู่อย่างจำกัด การวางแผนปลูกผมจึงไม่ควรมองเฉพาะว่า “ครั้งนี้ต้องใช้กี่กราฟต์” แต่ควรพิจารณาถึงปริมาณรากผมที่มีอยู่ทั้งหมด รวมถึงโอกาสที่ผมเดิมอาจบางลงในอนาคตด้วย
โดยเฉพาะผู้ที่มี ผมบางจากกรรมพันธุ์ (Androgenetic Alopecia) และมีแนวโน้มผมบางเพิ่มขึ้น การบริหาร Donor Area ตั้งแต่การปลูกผมครั้งแรกจึงเป็นเรื่องสำคัญ

อันดับ 4 ปลูกผมแล้วใช้ชีวิตลำบาก ต้องดูแลไปตลอด?
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้หลายคนลังเลที่จะ ปลูกผม คือความกังวลว่า หลังปลูกผมแล้วจะต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังตลอดไป ไม่สามารถออกกำลังกาย ตัดผม ทำสี หรือจัดแต่งทรงผมได้เหมือนเดิม เพราะมีความเชื่อว่าเส้นผมที่ถูกย้ายมาปลูกในตำแหน่งใหม่ จะไม่แข็งแรงเท่าผมที่มีอยู่เดิม
แต่ความจริงก็คือ ช่วงที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษจะอยู่แค่ในระยะแรกหลังการปลูกผม โดยเฉพาะประมาณ 14 วันแรกเท่านั้น
ในช่วงนี้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น
- นอนยกศีรษะสูงประมาณ 45 องศาในช่วงแรก
- สระผมและทำความสะอาดหนังศีรษะตามวิธีที่คลินิกแนะนำ
- หลีกเลี่ยงการแกะ เกา หรือกระแทกบริเวณที่ปลูกผม
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก
- ป้องกันแสงแดดและความร้อนจัดตามคำแนะนำของแพทย์
- งดสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 3 – 4 วันแรกหลังปลูกผม
หลังจากเลยช่วง 14 วันหลังปลูกผมไป กราฟต์ผมจะฝังตัวกับหนังศีรษะได้ดีแล้ว ผู้เข้ารับการรักษาจะค่อย ๆ สามารถกลับไปใช้ชีวิตและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ ทั้งนี้ระยะเวลาที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันตามเทคนิคที่ใช้ สภาพหนังศีรษะ และการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล
สำหรับ การย้อมสีผมหรือใช้สารเคมีกับเส้นผม ควรรอให้หนังศีรษะฟื้นตัวอย่างเหมาะสมก่อน โดยแพทย์อาจแนะนำระยะเวลาที่แตกต่างกันในแต่ละเคส หากต้องการทำสี ดัด หรือใช้สารเคมีหลังปลูกผม ควรสอบถามแพทย์ผู้ดูแลก่อน โดยทั่วไปจะขอให้เว้นระยะประมาณ 1 – 3 เดือนหลังปลูกผม
แต่หลังจากผ่านพ้นระยะที่ต้องระมัดระวังไปแล้ว คุณสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นย้อมผม ยืดผม ดัดผม หรือใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมได้ตามปกติ เพราะเส้นผมที่ถูกย้ายมาปลูกจะมีความแข็งแรงไม่ต่างจากผมที่มีอยู่เดิม

อันดับ 3 การปลูกผมสามารถทำกี่รอบก็ได้?
นี่เป็นความเข้าใจผิดที่สำคัญมาก เพราะ การปลูกผมไม่ได้มีทรัพยากรรากผมให้ใช้ได้ไม่จำกัด
ในการปลูกผมกราฟต์ผมออกจาก Donor Area เพื่อนำไปปลูกในบริเวณที่มีปัญหา เมื่อกราฟต์ถูกนำออกจากตำแหน่งเดิมแล้ว รากผมบริเวณนั้นจะไม่งอกขึ้นมาอีกแล้ว
นั่นหมายความว่า ทุกครั้งที่นำกราฟต์ออกมาใช้ เรากำลังใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด
ด้วยเหตุนี้ที่ BEQ Hair Clinic จึงเห็นความสำคัญของทุกเส้นผมเป็นพิเศษ โดยเรามีการนำเทคโนโลยีอย่าง FollicleForge AI มาช่วยในการตรวจประเมินสุขภาพเส้นผม และคำนวณกราฟต์ที่ต้องใช้ให้เหมาะสมกับคนไข้มากที่สุด
ดังนั้นเป้าหมายของการปลูกผมที่ดีจึงไม่ใช่ “การปลูกให้แน่นที่สุดในวันนี้” แต่ต้องปลูกในความหนาแน่นที่เหมาะสม และวางแผนการใช้รากผมของแต่ละคนให้คุ้มค่ามากที่สุด
อันดับ 2 ปลูกผมแล้วต้องกินยาปลูกผมตลอดชีวิต?
หากผู้เข้ารับการปลูกผมมี ภาวะผมบางจากกรรมพันธุ์ หรือ Androgenetic Alopecia แม้ว่ารากผมที่ย้ายมาปลูกจะมีคุณสมบัติในการทนทานต่อฮอร์โมน DHT ที่เป็นสาเหตุของผมร่วง แต่ ผมเดิมที่ไม่ได้ถูกย้ายมาปลูกยังสามารถบางลงต่อได้
เพราะฮอร์โมน DHT หรือ Dihydrotestosterone ยังคงทำงานอยู่ปกติ ดังนั้นแพทย์อาจพิจารณาให้ใช้ยาในการรักษาร่วมกับการปลูกผม เช่น ยาสำหรับรักษาภาวะผมบาง เพื่อช่วยชะลอการสูญเสียเส้นผมเดิม โดยก่อนใช้ยาควรได้รับการประเมินเป็นรายบุคคลจากแพทย์
ส่วนคำถามที่ว่า “ต้องกินยาไปตลอดชีวิตไหม” ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์และการตัดสินใจของคนไข้เอง เพียงแต่ต้องยอมรับว่าหากมีการหยุดยา ภาวะผมบางจากกรรมพันธุ์ ก็มีสิทธิ์ที่จะกลับมาทำงาน และทำให้ผมกลับมาบางได้อีกครั้ง
ในทางกลับกัน หากผู้เข้ารับการปลูกผมไม่ได้มีภาวะผมบางจากกรรมพันธุ์ แต่ต้องการ ปลูกผมปรับกรอบหน้า ลดหน้าผากกว้าง และแพทย์ประเมินแล้วว่าไม่มีข้อบ่งชี้ในการใช้ยา ก็อาจไม่จำเป็นต้องใช้ยารักษาผมบางในระยะยาว
นี่คือสาเหตุว่าทำไมการรู้ถึงสาเหตุของปัญหาผมบาง ถึงมีความสำคัญพอ ๆ กับการเลือกว่าจะปลูกผมด้วยเทคนิคใด
เพราะหากปลูกผมโดยไม่ได้ประเมินภาวะผมร่วงเดิม อาจเกิดสถานการณ์ที่ ผมปลูกยังอยู่ แต่ผมเดิมรอบ ๆ ค่อย ๆ บางลงทำให้ความหนาแน่นและรูปทรงของเส้นผมเปลี่ยนไปในอนาคต

อันดับ 1 ปลูกผมแล้วผมจะไม่ร่วงอีกเลย?
นี่อาจเป็นหนึ่งใน ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการปลูกผม ที่พบบ่อยที่สุด เพราะหลายคนคิดว่าผมที่ปลูกไปจะอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต นับตั้งแต่วันแรกที่ปลูกเสร็จ นั่นก็ไม่ได้ผิดสักทีเดียวครับ
แต่อยากให้รู้ก่อนว่า หลังปลูกผมไปประมาณ 14 วัน – 3 เดือน เส้นผมที่ปลูกไปนั้นสามารถหลุดร่วงออกได้ในช่วงแรกได้ ซึ่งภาวะนี้เรียกว่า Shedding Phase
แต่ไม่ต้องตกใจไปนะครับ นี่คือภาวะปกติหลังการปลูกผมที่มักจะเกิดขึ้นเกือบทุกคน โดยผมที่เพิ่งปลูกไปจะค่อยๆหลุดร่วง มากหรือน้อยแล้วแต่บุคคล
และหลังจากผ่านพ้นช่วง Shedding Phase ไปแล้ว เส้นผมที่หลุดร่วงไปก็จะค่อยๆงอกกลับขึ้นมาเรื่อยๆ และก็จะเห็นผลลัพธ์เต็มที่ในระยะ 1 ปี – 1 ปีครึ่ง และหลังจากนี้เส้นผมที่ปลูกก็จะอยู่กับคุณตลอดไป
ผมที่ปลูกแล้วมีวงจรชีวิตเหมือนเส้นผมปกติ
แม้จะเรียกว่า ปลูกผมถาวร แต่คำว่า “ถาวร” ไม่ได้หมายความว่าเส้นผมทุกเส้นจะอยู่บนศีรษะโดยไม่มีวันหลุดร่วง
เส้นผมที่เติบโตจากรากผมที่ปลูกแล้วจะยังมี วงจรเส้นผม (Hair Growth Cycle) เหมือนกับเส้นผมปกติ ประกอบด้วยระยะเจริญเติบโต ระยะเปลี่ยนผ่าน และระยะพัก ก่อนที่เส้นผมจะหลุดและเริ่มวงจรใหม่
ดังนั้นการเห็นเส้นผมบางส่วนหลุดร่วงตามวงจรธรรมชาติหลังจากผลลัพธ์เข้าที่แล้ว ไม่ได้หมายความว่ารากผมที่ปลูกหายไปทั้งหมด แต่เป็นวงจรชีวิตตามปกติของเส้นผมเรานั่นเองครับ
หากคุณสนใจที่จะปลูกผม หรือมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพเส้นผม และหนังศีรษะสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่:
📞 094-441-4965
📩 Line: @beq_haircenter
Click: http://line.me/ti/p/@beq_haircenter
Facebook: BEQ Hair Center
Instagram: beqhaircenter_dr.danai
Youtube: BEQ Hair Center
TIKTOK: beq_hair_center










