HIV คืออะไร? ต่างกับ AIDS อย่างไร?
DHIV Hair transplantation
HIV (Human Immunodeficiency Virus) คือ เชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะค่อยๆ เข้าทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ (Lymphocyte) โดยในระยะแรกจะไม่แสดงอาการใดๆ ออกมาเลย ผู้ที่ติดเชื้อจึงไม่รู้ตัวว่าได้รับเชื้อไวรัสนี้ตั้งแต่เมื่อไร แต่เมื่อเวลาผ่านไปอาจนานถึง 10 ปีตั้งแต่ได้รับเชื้อ จนถึงจุดที่ร่างกายมีเม็ดเลือดขาวตัวดังกล่าวข้างต้นน้อยเกินกว่าที่จะกำจัดเชื้อโรคต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกายได้ ทำให้มีการติดเชื้อตามบริเวณต่างๆ ของร่างกายง่ายกว่าปกติ ซึ่งเมื่อมาถึงจุดนี้จะเรียกว่าภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือโรคเอดส์ (Acquired Immunodeficiency Syndrome; AIDS) ดังนั้นเชื้อไวรัส HIV เป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่โรคเอดส์นั่นเอง
ด้วยความพัฒนาทางการแพทย์ในปัจจุบัน ทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV สามารถใช้ชีวิตได้ปกติเช่นเดียวกับคนทั่วไปตราบเท่าที่ยังดูแลสุขภาพ และทานยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการที่ติดเชื้อ HIV ไม่ใช่เรื่องร้ายแรง แต่เป็นเหมือนโรคเรื้อรังประเภทหนึ่ง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยติดเชื้อ หรือผู้ป่วยทั่วไปก็ยังได้รับผลกระทบจากฮอร์โมน DHT อันเป็นสาเหตุของศีรษะล้าน-เถิก ดังนั้น BEQ Hair Clinic จึงได้ออกแบบเทคนิคการปลูกผม เพื่อผู้ป่วยที่อาจติดเชื้อง่ายขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งก็คือการปลูกผมเทคนิค DHIv
การเตรียมความพร้อม
สำหรับปลูกผม
ก่อนการปลูกผมผู้ป่วยในกลุ่มนี้ ควรมีการเตรียมความพร้อมของร่างกาย เพื่อให้มีโอกาสเกิดปัญหาบาดแผลติดเชื้อให้น้อยที่สุด โดยทางการแพทย์จะมีการตรวจเลือดสองอย่างในการประเมินในส่วนนี้ คือ ค่าเม็ดเลือดขาว CD4 Count และค่า Viral load (VL)
ค่าเม็ดเลือดขาว CD4 Count หมายถึง ปริมาณเซลล์เม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ชนิดหนึ่ง ที่ถูกทำลายโดยเชื้อ HIV ดังนั้นค่า CD4 Count ยิ่งมีมากก็ยิ่งดีครับ
Viral Load (VL) หมายถึง จำนวนไวรัส HIV ในกระแสเลือด ดังนั้นยิ่งน้อยก็จะยิ่งดี โดยควรมีค่าเป็น Undetectable หรือก็คือน้อยกว่า 20 ตัวต่อเลือด 1 CC ตามหน่วยของแต่ละห้องปฏิบัติการที่ตรวจ
DHIv
อีกระดับ สำหรับการปลูกผม
DHIv เป็นเทคนิคที่ BEQ Hair Clinic ได้พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ สำหรับผู้ติดเชื้อไม่เพียงเฉพาะการติดเชื้อ HIV เท่านั้น แต่ยังคงรวมถึงโรคติดเชื้ออื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคไวรัสตับอักเสบซี หรือโรคไวรัสตับอักเสบบี ด้วยเทคนิคนี้จะลดเลือดที่ไหลออกมากกว่าเทคนิค DHI ปกติ และใช้เวลาในการปลูกผมน้อยลงกว่าเดิม เพื่อลดโอกาสติดเชื้อ นี่คือนวัตกรรมที่อาศัยเทคโนโลยีเข้ามาทำให้ไม่มีปัญหาต่อผลลัพธ์ที่จะได้ ที่มากไปกว่านั้นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ปลูกผมทั้งหมดจะต้องทิ้งหลังปลูกผมเสร็จทันที ดังนั้นมั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นเป็นอุปกรณ์ใหม่สำหรับเคสคนไข้คนนั้นเท่านั้น สำหรับผู้ป่วยที่ง่ายต่อการติดเชื้อแล้ว มั่นใจได้ว่าการปลูกผมเทคนิค DHIv จะเป็นการปลูกผมที่เข้าใจ และเอาใจใส่ผู้ป่วยติดเชื้อโดยเฉพาะ ตั้งแต่ก่อนปลูกผมจนเสร็จสิ้นกระบวนการแน่นอน


ความพิเศษของการปลูกผมด้วยเทคนิค DHIv
สำหรับการปลูกผม ด้วยเทคนิค DHIv ทาง BEQ Hair Clinic ได้ศึกษา และวางแผนตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา จนมั่นใจว่า เทคนิค DHIv สามารถตอบโจทย์ของคนไข้ด้วย 4 ความพิเศษต่อไปนี้
เจาะกราฟต์ผมด้วยหัวเจาะพิเศษ
การปลูกผมเป็นหัตถการที่มีการสร้างบาดแผลหลักหลายพันแผล เราต้องคำนึงถึงความเสี่ยงของแผลอักเสบติดเชื้อเป็นหลัก ได้มีความพยายามลดเลือดที่คนไข้จะเสียไป และลดเวลาที่ใช้ในการทำหัตถการ ดังนั้นเราจึงเลือกใช้หัวเจาะพิเศษขนาดเล็กที่สุด ที่เล็กกว่าหัวเจาะ DHI ทั่วไปร้อยละ 30 และเล็กกว่าหัวเจาะ FUE ถึง 1 เท่าตัว นอกจากนี้หัวเจาะยังต้องมีความคม และความบางเป็นพิเศษ เพื่อที่จะทำให้แรงเสียดทานที่เกิดขึ้นน้อยลง ที่สำคัญยังปรับขนาดให้พอดีสำหรับกราฟต์ผมของแต่ละคน ที่ BEQ Hair Clinic เรามีหัวเจาะเฉพาะ สำหรับกราฟต์ผมหลากหลายขนาดที่จะทำให้แผลที่เกิดนั้นเล็กที่สุดที่จะสามารถทำได้
น้ำยาคงสภาพกราฟต์ผมสูตรพิเศษ
น้ำยาแบบพิเศษ ที่มีความเข้มข้นกว่าสูตรปกติร้อยละ 40 นอกจากทำให้ช่วยยืดอายุกราฟต์ผมแล้ว ยังออกแบบมา เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของเซลล์รากผม ทำให้อัตราการอยู่รอดของกราฟต์ผมมีมากขึ้น
ปลูกผมด้วยอุปกรณ์ใหม่
ปลูกผมด้วยอุปกรณ์เฉพาะที่มีขนาดเล็ก มีความคมเป็นพิเศษสำหรับการเจาะ และการปลูก
น้ำยาสมานแผลสูตรเฉพาะ
น้ำยาแบบพิเศษ เพิ่มความไวในการสมานตัวของแผล กระตุ้นเซลล์ให้รักษาตัวเอง ทำให้แผลหายไวกว่าปกติ 1 เท่าตัว จึงเป็นสิ่งที่เหมาะกับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหลังจากปลูกผมแล้วเป็นอย่างมาก
เพราะความพิเศษ จึงต้องมีการเอาใจใส่ และดูแลโดยเฉพาะ ด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ที่สอดรับอย่างสมบูรณ์กับเทคนิค DHIv ที่ต้องการความเที่ยงตรง แม่นยำ ในการเจาะกราฟต์ผมให้มีบาดแผลขนาดเล็กที่สุด เลือดออกน้อยที่สุด บาดแผลสมานเร็วที่สุดภายหลังการเจาะนำกราฟต์ผมออกมาตกแต่ง และที่สำคัญจะต้องมีสภาพรากผมที่สมบูรณ์แบบ ไม่ถูกกระทบกระเทือน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหาย และตายลงหลังนำออกมา อีกทั้งยังต้องมีการตกแต่งกราฟต์ผมด้วยไบโอเบลด ใบมีดที่มีความคมระดับเครื่องมือศัลยแพทย์ผ่าตัดให้มีความเรียวเล็ก ซึ่งมีประโยชน์ในการนำไปเรียงตัวชิดติดกันให้ได้มากที่สุด ให้สามารถเลียนแบบความหนาแน่นตามธรรมชาติ
โดยในขั้นตอนสุดท้ายการนำไปปลูก จะต้องรักษาสภาพกราฟต์ผมให้มีชีวิตเสมือนยังอยู่ในร่างกายคนไข้ ซึ่งได้ใช้สารละลายสูตรจำเพาะของบีอีคิว ที่ได้ค้นคว้าประหนึ่งการจำลองสภาวะในร่างกายของคนไข้เอง และช่วยเร่งให้แผลปิดเร็วยิ่งขึ้นไปอีก
เพื่อให้กราฟต์ผมแข็งแรง สมบูรณ์ สดใหม่ เหมือนไม่ได้ถูกนำออกมาจากร่างกาย สำหรับการเตรียมปลูกในขั้นตอนสุดท้าย ที่ใช้ปากกานำปลูกที่ไม่ใช่ อิมแพลนเตอร์ปกติ แต่เป็นปากกานำปลูกที่มีขนาดพอดีกับกราฟต์ผมของคนไข้แต่ละเส้น แต่ละราก เพื่อให้ได้ทิศทาง องศา และมีบาดแผล และเสียเลือดน้อยที่สุด สมานแผลอย่างรวดเร็วภายหลังการปลูกผม เพื่อผลลัพธ์ที่ได้มีความเป็นธรรมชาติ ละเอียด เสมือนไม่เคยหัวเถิก บาง ล้านมาก่อน รวมถึงยาต่างๆ สำหรับคนไข้ที่ต้องปลูกผมด้วยเทคนิคนี้โดยเฉพาะ เพื่อความปลอดภัยทั้งสำหรับคนไข้ และบุคคลากรทางการแพทย์ และผลลัพธ์ที่สวยงามเป็นธรรมชาติ
ขั้นตอนการปลูกผม เทคนิค DHIv HAIR TRANSPLANTATION

ขั้นตอนที่ 1 : การเตรียมความพร้อม สำหรับการปลูกผม
แพทย์จะทำการตัดแต่ง หรือโกนผมบริเวณศีรษะด้านหลัง ที่เราเรียกว่า Donor Area ซึ่งเป็นบริเวณที่ไม่ได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมน DHT เพื่อความสะดวกในการเจาะนำกราฟต์ผมออกมา หลังจากนั้นจึงฉีดยาชา คุณจะยังคงรู้สึกตัวตลอดเวลาในระหว่างการปลูกผม แต่ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด

ขั้นตอนที่ 2 : การเจาะ เพื่อดึงเซลล์รากผม
หลังจากยาชาออกฤทธิ์ แพทย์จะใช้หัวเจาะแบบพิเศษ ที่มีขนาดเล็กมากเพียง 0.6 – 0.8 มิลลิเมตร เจาะเพื่อนำรากผมออกมาอย่างระมัดระวัง โดยไม่ไปกระทบกระเทือนกราฟต์ผม และเซลล์รากผมโดยรอบให้ได้รับความเสียหาย

ขั้นตอนที่ 3 : การตกแต่งกราฟต์
ทีมแพทย์จะต้องทำการตกแต่งกราฟต์ผมที่ได้อย่างระมัดระวัง และคัดแยกกราฟต์ที่มีจำนวนเส้นผมในกอต่างกัน เพื่อนำไปใช้ปลูกในบริเวณที่แตกต่างกัน โดยแช่ไว้ในน้ำยาแช่กราฟต์ที่มีสูตรเฉพาะ ที่จะช่วยเพิ่มอัตราการอยู่รอด และเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตของกราฟต์ผม

ขั้นตอนที่ 4 : การฝังกอผม (กราฟต์)
เมื่อถึงขั้นตอนการปลูก กราฟต์ที่ตกแต่งเรียบร้อยจะถูกนำไปใส่ในอุปกรณ์ DHI Implanter และแพทย์จะนำ Implanter ไปปัก และปลูกยังบริเวณที่ต้องการได้เลย นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดทิศทาง และองศาในการปักได้อย่างแม่นยำ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากกว่าเทคนิค FUE ดั้งเดิม
หลังจากที่ปลูกเสร็จแล้ว เราจะทำการปิดแผล และใส่หมวกคลุมให้กับคนไข้ ช่วยป้องกันไม่ให้กราฟต์กระทบกระเทือนในวันแรก และในวันถัดไปให้กลับเข้ามาอีกครั้ง เพื่อทำการล้างแผลเป็นอันเสร็จสิ้น และเข้ามาตามนัดเป็นระยะเพื่อติดตามผลในช่วง 1 ปีแรก

