ปัญหาศีรษะผมน้อย ผมบาง
ปลูกผมด้วยสเต็มเซลล์

RECELL HAIR MICROGRAFTTM
Stemcell Hair Transplant
ปลูกผมด้วยสเต็มเซลล์

ผมน้อย ผมบาง รักษาได้ โดยไม่ต้องปลูกผมถาวรแบบย้ายราก FUE ปลูกผมด้วยสเต็มเซลล์ พลังรักษาธรรมชาติ สกัดจากเซลล์รากผม นวัตกรรมล่าสุดจากประเทศอิตาลี

ทำไมการ ปลูกผมด้วยสเต็มเซลล์ ถึงได้รับความนิยมในปัจจุบัน?

90% ของปัญหาผมบาง ผมน้อย มีสาเหตุมาจากพันธุกรรม และฮอร์โมนเพศชาย (Pattern Hair Loss หรือ Androgenic Alopecia) ผู้ชายทั่วโลกกว่า 70% จะประสบปัญหา ผมบาง หัวล้านหัวเถิก ซึ่งจะเห็นได้ค่อนข้างชัดเจน เริ่มจากแนวผมด้านหน้าบริเวณขมับค่อย ๆ ร่นลึกเข้าไปด้านใน และผมบางล้านเว้าบริเวณกลางศีรษะ หรือที่เรียกกันว่า หัวไข่ดาว ส่วนในผู้หญิงนั้นกว่า 40% จะมีลักษณะผมร่วงทั่วศีรษะ และผมเริ่มบางเว้าบริเวณกลางศีรษะ และกินบริเวณกว้างขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อฮอร์โมนเพศชายถูกเปลี่ยนโดยเอนไซม์ 5-Alpha reductase จนกลายร่างเป็น DHT หรือชื่อเต็ม Dihydrotestosterone ตัวการสำคัญที่ไปทำให้รากผมฝ่อตัว เกิดภาวะผมร่วง และบางลงเรื่อย ๆ จนกลายเป็นหัวล้านในที่สุด ซึ่งเคสที่เหมาะกับการรักษาด้วยวิธี ReCell Hair MicrograftTM คือ ผู้ชายในระยะ 1-3 ส่วนของผู้หญิงนั้น ในระยะที่ 1-2

ReCell Hair MicrograftTM หรือ Stemcell Hair Transplant ปลูกผมด้วยสเต็มเซลล์ เป็นวิธีการรักษาที่เหมาะกับการแก้ปัญหา ” ผมบาง ผมน้อย “ แต่ยังไม่ถึงกับศีรษะล้าน เพราะยังมีรูขุมขนอยู่ สามารถฉีดสเต็มเซลล์รากผมเข้าไปกระตุ้นให้เกิดเส้นผมใหม่งอกขึ้นมาตามรูขุมขนได้ ในขณะท่านที่ประสบปัญหาศีรษะเถิกล้าน แล้วปล่อยทิ้งไว้นานไม่รับการรักษาจนรูขุมขนปิดไปแล้ว จำเป็นจะต้องใช้การย้ายรากผมเท่านั้น วิธีการปลูกผมถาวร ด้วยเทคนิค ReCell Hair MicrograftTM นั้นใช้หลักการสเต็มเซลล์บำบัด (Stemcell Therapy) นวัตกรรมจากประเทศอิตาลี ด้วยการนำเนื้อเยื่อรากผมเพียง 4 จุด จากบริเวณด้านหลังศีรษะของลูกค้า มาผ่านกระบวนการทางการแพทย์ เพื่อคัดแยกเอาเฉพาะเซลล์รากผมที่แข็งแรงสมบูรณ์แล้วนำไปฉีดกลับยังศีรษะบริเวณที่ต้องการ

ReCell Hair MicrograftTM  ปลูกผมด้วยสเต็มเซลล์ แก้ผมบาง มีขั้นตอนการรักษาอย่างไร

1. เก็บ และคัดกรองเฉพาะเซลล์รากผมที่สมบูรณ์แข็งแรง โดยการเจาะเอาเนื้อเยื่อรากผมบริเวณท้ายทอยหรือข้างใบหู ส่วน Dermal Cup Sheath ในบริเวณปลายเซลล์ ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่ได้รับอิทธิพลของฮอร์โมน DHT น้อยกว่าบริเวณอื่น ขนาดเพียงเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 มิลลิเมตร จำนวน 4 ชิ้น

2. นำมาผ่านกระบวนการทางการแพทย์ และคัดกรองอย่างพิถีพิถัน ด้วยการส่องกล้องจุลทัศน์เพื่อคัดเลือก และสกัดเอาเฉพาะ Live Cells ที่สมบูรณ์แข็งแรง

3. นำกลับไปฉีดบริเวณที่มีปัญหาผมบาง ผมน้อย เพื่อไปกระตุ้น และซ่อมแซมเซลล์รากผมที่อ่อนแอให้ผลิตจำนวนเส้นผมมากยิ่งขึ้น ช่วยให้ผมกลับมาดูดกดำหนาอีกครั้ง

กระบวนการทั้งหมดนี้ ใช้เวลาทั้งหมดเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น และแผลที่เกิดขึ้นจากการนำเนื้อเยื่อออกมามีขนาดเล็กมาก จึงไม่ต้องทำการปิดแผล หรือพักฟื้นใด ๆ สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ

การ ปลูกผมด้วยสเต็มเซลล์ แบบ ReCell Hair MicrograftTM ทำงานอย่างไร
เซลล์รากผมที่ถูกสกัดออกมา จะทำหน้าที่เปรียบเสมือน “Natural Finasteride” เข้าไปปกป้องรากผมจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศชาย
ทำให้ผมของเราหลุดร่วงน้อยลง และยังเข้าไปซ่อมแซมเซลล์รากผมที่ฝ่อตัวไปจากอิทธิพลของฮอร์โมน DHT ให้กลับสู่สภาพแข็งแรง และยังกระตุ้นให้เซลล์รากผมแตกตัว และเจริญเติบโตเป็นเส้นผมใหม่จำนวนมากยิ่งขึ้น

ปลูกผมด้วยสเต็มเซลล์ แบบ ReCell Hair MicrograftTM แล้วอยู่ได้นานแค่ไหน?
การปลูกผมเทคนิคนี้จะได้ผล “ถาวร” ตลอดอายุวงจร “ระยะงอกยาว” ของเส้นผม 5-7 ปี ซึ่งปกติเส้นผมของเราจะมีวงจรชีวิตแบ่งเป็น 3 ช่วงคือ Anagen ระยะงอกยาว หรือ ระยะเจริญเติบโต > Catagen ระยะหยุดโต > Telogen ระยะพัก และหลุดร่วงไปในที่สุด เท่ากับว่า การทำ ReCell Hair MicrograftTM จะทำให้อายุของเส้นผมนั้นอยู่กับเราได้นานที่สุดตลอดอายุขัยของมัน

ปลูกผมด้วยสเต็มเซลล์ แบบ ReCell Hair MicrograftTM แล้วจะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่?
สามารถเห็นผลได้หลังทำไปแล้ว 3 สัปดาห์ และเห็นผลชัดขึ้นเรื่อย ๆ หลังทำไปแล้วเพียงแค่เดือนเดียว จะสังเกตได้เลยว่าผมดูดำหนายิ่งขึ้นอย่างชัดเจนภายใน 12-18 เดือน ซึ่งจะมีการติดตามผลหลังการทำเป็นระยะโดยแพทย์ด้วยเครื่องมือ Tricho analysis ที่ทันสมัยและแม่นยำ

ใครบ้างที่ต้องทำ ReCell Hair MicrograftTM

ท่านที่ต้องการแก้ปัญหาผมบาง

ท่านที่มีปัญหาผมบางจากการร่วง เพราะปัญหาฮอร์โมนผิดปกติ

ท่านที่มีปัญหาผมบางหลังจากคลอดบุตร

ท่านที่มีปัญหาผมบางจากความเครียด

ท่านที่ไม่ต้องการรักษาอาการผมบาง ด้วยการทานยา

ท่านที่วางแผน ต้องการจะปลูกผมแบบย้ายราก FUE แต่มีปริมาณกราฟต์ที่สามารถนำมาปลูกได้ไม่เพียงพอ จึงต้องทำ ReCell Hair Micrograft เพื่อเพิ่มจำนวนเส้นผม