หนึ่งในมหากาพย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวรรณคดีไทยอย่าง รามเกียรติ์ ซึ่งนำไปสู่เรื่องราวของ ทศกัณฐ์ พระราม และสงครามกรุงลงกาที่ยิ่งใหญ่ หากย้อนกลับไปถึงอดีตชาติของทศกัณฐ์ จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งครั้งใหญ่นี้อาจเกิดขึ้นจากสาเหตุเล็ก ๆ ที่หลายคนคาดไม่ถึง นั่นคือ “ปัญหาเส้นผม”

ก่อนเป็นทศกัณฐ์ เขาคือ “นนทก” ยักษ์ผู้ถูกกลั่นแกล้งจนศีรษะล้าน

หากย้อนเรื่องราวกลับไปก่อนกำเนิดของทศกัณฐ์ ชาติก่อนเขาเคยเกิดเป็น นนทก ยักษ์ผู้ทำหน้าที่อยู่บริเวณเชิงเขาไกรลาส มีหน้าที่คอยล้างเท้าให้เหล่าเทวดาที่เดินทางขึ้นไปเฝ้าพระอิศวร

แต่แทนที่นนทกจะได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสงบ เขากลับถูกเหล่าเทวดาหยอกล้อและกลั่นแกล้งอยู่เป็นประจำ บางองค์ลูบหัว บางองค์ตบหัว และบางองค์ดึงผมของนนทกเล่น

เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า จนท้ายที่สุด ผมของนนทกหลุดร่วงจนศีรษะล้าน และกลายเป็นชนวนความคับแค้นครั้งสำคัญ

นนทกรู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงไปเข้าเฝ้าพระอิศวรและขอพรให้ตนมี “นิ้วเพชร” ซึ่งสามารถชี้ไปยังผู้ใดแล้วทำให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายได้ เมื่อได้รับพร ความโกรธแค้นที่สะสมมาเป็นเวลานานจึงระเบิดออกมา

จากปัญหาเส้นผม สู่จุดกำเนิดของทศกัณฐ์

นนทกใช้นิ้วเพชรจัดการเหล่าเทวดาที่เคยกลั่นแกล้งตน จนสร้างความเดือดร้อนไปทั่ว เมื่อพระอีศวรรู้ข่าวจึงได้เรียก พระนารายณ์มาเข้าเฝ้าและสั่งให้ลงมาปราบนนทก

พระนารายณ์จึงแปลงกายเป็นหญิงงามที่มีชื่อว่า “นางสุวรรณอัปสร” ลงมาร่ายรำให้นนทกเห็น เมื่อนนทกได้เห็นนางสุวรรณอัปสรก็เกิดความหลงไหล จึงพยายามเข้ามาเกี้ยวพาราสี 

เมื่อนางสุวรรณอัปสอนเห็นว่านนทกกำลังเข้ามาหาตน ก็ได้ใช้กลอุบายหลอกล่อให้นนทกร่ายรำตาม จนถึงท่าหนึ่งที่นนทกใช้นิ้วเพชรชี้เข้าหาตัวเอง นั่นกลายเป็นจุดจบของนนทก

หลังจากปราบนนทกได้สำเร็จ นางสุวรรณอัปสรก็ได้คืนร่างกลับเป็นพระนารายณ์

ก่อนตาย นนทกตั้งคำถามว่า เหตุใดพระนารายณ์ซึ่งมีฤทธิ์มากกว่าจึงไม่ต่อสู้กับเขาโดยตรง

พระนารายณ์จึงประกาศว่า นนทกจะได้กลับมาเกิดใหม่เป็นยักษ์ผู้ยิ่งใหญ่ มี สิบหน้า ยี่สิบมือ ขณะที่พระองค์จะอวตารลงไปเกิดเป็นมนุษย์ธรรมดาเพื่อต่อสู้กันอีกครั้ง

นนทกจึงกลับชาติมาเกิดเป็น “ทศกัณฐ์” ส่วนพระนารายณ์อวตารมาเป็น “พระราม” และกลับมาสู้รบกันอีกครั้ง

แน่นอนว่าเราไม่สามารถบอกได้ว่า มหากาพย์รามเกียรติ์มีจุดเริ่มต้นมาจากเรื่องของ “เส้นผม” โดยตรง เพราะเรื่องราวหลังจากนั้นยังมีเหตุการณ์สำคัญอีกมากมาย แต่ถ้าย้อนกลับไปถึงต้นกำเนิดความแค้นของนนทก เรื่องของ การถูกกลั่นแกล้งและถูกดึงผมจนศีรษะล้าน ก็ถือเป็นหนึ่งในชนวนสำคัญของเรื่องราวทั้งหมด

และจุดนี้เองก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจในทางการแพทย์ เพราะการถูกดึงผมซ้ำ ๆ จนเกิด ผมร่วง ผมบาง และศีรษะล้าน ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในวรรณคดีเท่านั้น

Traction Alopecia คืออะไร? ดึงผมจนหัวล้านแบบนนทกเกิดขึ้นได้จริงหรอ ?

หากนนทกเกิดในยุคปัจจุบัน สิ่งที่นนทกกำลังเจอในทางการแพทย์ อาจเรียกว่า Traction Alopecia หรือ ภาวะผมร่วงจากแรงดึง

 เกิดจากเส้นผมและรูขุมขนถูกแรงดึงรั้งอย่างต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำ ๆ เป็นระยะเวลานาน

แต่ในชีวิตจริงไม่จำเป็นต้องมีใครมาคอยดึงผมเหมือนนนทกจึงจะเกิดปัญหานี้ เพราะพฤติกรรมการทำผมในชีวิตประจำวันก็สามารถสร้างแรงดึงต่อเส้นผมและรูขุมขนได้เช่นกัน

พฤติกรรมอะไรบ้างที่เสี่ยงทำให้เกิด Traction Alopecia?

พฤติกรรมที่ทำให้เส้นผมถูกดึงรั้งเป็นประจำ เช่น

  • มัดผมแน่นเป็นประจำ โดยเฉพาะทรงที่รวบตึงบริเวณหน้าผากและขมับ
  • ถักเปียหรือทำทรงผมที่ดึงรั้งรากผมมาก
  • ต่อผม (Hair Extensions) โดยเฉพาะเมื่อเส้นผมต้องรับน้ำหนักหรือแรงดึงต่อเนื่องเป็นเวลานาน

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าคุณ “ดึงผมแรงแค่ไหน” แต่รวมถึง ดึงบ่อยแค่ไหน ดึงบริเวณเดิมหรือไม่ และเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานานเพียงใด

ทำไมแรงดึงถึงทำให้ผมร่วงและอาจกลายเป็นผมบางถาวร?

ในระยะแรก เมื่อรูขุมขนได้รับแรงดึงซ้ำ ๆ อาจเกิดการระคายเคืองหรือการอักเสบ และในระยะแรกจะเริ่มสังเกตเห็น ผมขาด ผมร่วง หรือเส้นผมบริเวณนั้นบางลง

หากสามารถตรวจพบและหยุดพฤติกรรมที่เป็นสาเหตุได้ตั้งแต่ระยะแรก รูขุมขนที่ยังไม่ได้รับความเสียหายถาวรก็ยังมีโอกาสฟื้นตัว เส้นผมก็สามารถงอกกลับขึ้นมาได้อีกครั้ง

แต่ถ้าหากเรายังคงดึงรั้งบริเวณเดิมต่อเนื่องเป็นเวลานาน แรงดึงและการอักเสบเรื้อรังอาจสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างของรูขุมขน และในระยะที่รุนแรงอาจเกิด พังผืดหรือแผลเป็นบริเวณรูขุมขน 

เมื่อรูขุมขนถูกทำลายจนเกิดแผลเป็นแล้ว ความสามารถในการสร้างเส้นผมใหม่อาจสูญเสียไป ส่งผลให้เกิด ผมบางหรือศีรษะล้านแบบถาวรในบริเวณนั้น

Traction Alopecia กับ Trichotillomania ต่างกันอย่างไร?

อีกภาวะหนึ่งที่หลายคนอาจสับสนกับ Traction Alopecia คือ Trichotillomania หรือภาวะดึงผมตัวเองซ้ำ ๆ

แม้ทั้งสองภาวะจะเกี่ยวข้องกับแรงที่กระทำต่อเส้นผม แต่มีสาเหตุที่แตกต่างกัน Traction Alopecia เกิดจากแรงดึงต่อเส้นผมและรูขุมขน เช่น การมัดผมตึง การถักเปีย การต่อผม หรือการที่เส้นผมถูกดึงรั้งจากภายนอกซ้ำ ๆ

ส่วน Trichotillomania เป็นภาวะที่บุคคลมีพฤติกรรมดึงเส้นผมของตัวเองซ้ำ ๆ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มความผิดปกติทางจิต

ดังนั้น หากเปรียบเทียบกับเรื่องรามเกียรติ์ นนทกถูกเทวดาดึงผม จึงใกล้เคียงกับ Traction Alopecia

แต่หากนนทกเป็นผู้ดึงผมของตัวเองซ้ำ ๆ และไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมนั้นได้  จึงจะมีลักษณะใกล้เคียงกับ Trichotillomania

Traction Alopecia รักษาได้ไหม?

การรักษา Traction Alopecia ขึ้นอยู่กับว่ารูขุมขนได้รับความเสียหายมากเพียงใด

สิ่งสำคัญที่สุดในระยะแรกคือ ต้องหยุดหรือลดแรงดึงที่เป็นสาเหตุตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น เปลี่ยนทรงผม ลดความแน่นของการมัดผม หลีกเลี่ยงการต่อผม

หากรูขุมขนยังไม่ถูกทำลายถาวร เส้นผมอาจมีโอกาสกลับมาเจริญเติบโตได้ แต่หากปล่อยไว้นานจนเกิดพังผืดหรือแผลเป็น การรักษาจะซับซ้อนขึ้น และแพทย์จำเป็นต้องประเมินสภาพหนังศีรษะและรูขุมขนก่อนวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

นนทกสอนอะไรให้เราเกี่ยวกับเส้นผม ?

เรื่องของนนทกอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวรรณคดี แต่หากนำมามองผ่านความรู้ด้านเส้นผมและหนังศีรษะ มีบทเรียนหนึ่งที่ใช้ได้จริงจนถึงปัจจุบันคือ “เส้นผมส่งผลต่อความมั่นใจโดยตรง”

การที่นนทกเกิดความแค้นจนใช้นิ้วเพชรไล่ชี้เหล่าเทวดา นางฟ้า อาจเป็นเพราะความแค้นที่เกิดจากการโดนกลั่นแกล้ง และอีกสาเหตุหนึ่งคือการที่นนทกโดนดึงผมจนหัวล้าน ทำให้นนทกรู้สึกว่านี่ไม่ใช่แค่การกลั่นแกล้งแล้ว แต่ “หัวล้าน” คือปัญหาใหญ่ที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล

ถ้าหากนนทกได้รู้จักกับ BEQ เร็วกว่านี้ ปัญหาหัวล้านของนนทกคงจะได้รับการแก้ไขด้วยการปลูกผม และมหาสงครามกรุงลงกาก็อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นเลยก็เป็นได้

หากคุณสนใจที่จะปลูกผม หรือมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพเส้นผม และหนังศีรษะสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่:

📞  094-441-4965

📩 Line: @beq_haircenter

Click: http://line.me/ti/p/@beq_haircenter

Facebook: BEQ Hair Center 

Instagram: beqhaircenter_dr.danai

Youtube: BEQ Hair Center

TIKTOK: beq_hair_center