Oxidative Stress คืออะไร?
ถ้าใครได้ศึกษาศาสตร์ทาง anti-aging หรือ longevity คงคุ้นเคยกันดี นั่นก็คือภาวะที่ร่างกายมีการสร้าง reactive oxygen species (ROS) มากเกินกว่า antioxidant capacity ที่มีจะรับมือไหว จนเกิดภาวะ oxidative stress ซึ่งจะไปสร้างความเสียหายต่อ lipids, proteins และ DNA นำไปสู่ความผิดปกติของเซลล์ inflammation, apoptosis หรือ cellular senescence ได้
แล้ว Oxidative Stress เกี่ยวอะไรกับ Hair Follicle?
Hair follicle ไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างที่สร้างเส้นผม แต่เป็น mini-organ ที่มีความซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลงตลอดตาม hair life cycle จากการทำงานร่วมกันของ Dermal Papilla Cells (DPCs), Hair Follicle Stem Cells (HFSCs) และ keratinocytes โดยมีการทำงานร่วมกันผ่าน molecular signaling หลายระบบ เมื่อเกิด oxidative stress มากเกินไป อาจเกิด DNA damage -> Lipid peroxidation -> Mitochondrial dysfunction -> Inflammatory response -> Apoptosis / Cellular senescence -> Hair-cycle disruption
จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม oxidative stress จึงถูกศึกษามากขึ้นในฐานะหนึ่งในกลไกที่อาจมีส่วนต่อ pathological hair loss ซึ่ง pathway ที่สำคัญก็หนีไม่พ้น Wnt/β-catenin ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ hair follicle induction, follicular development ไปจนถึงการเข้าสู่ anagen ซึ่งมีข้อมูลบอกว่า ROS ที่สูงขึ้น (โดยเฉพาะจาก H₂O₂) สามารถลด β-catenin signaling ลงได้ ในขณะที่ไปเพิ่ม DKK-1 และ TGF-β ที่เป็น signaling molecules ให้เส้นผมมีการเข้าสู่ catagen มากขึ้น ผลที่อาจเกิดขึ้นได้ คือ follicular cell proliferation ลดลง รบกวน hair follicle development ส่งเสริมให้เส้นผมเข้าสู่ catagen เร็วขึ้น และการมี Hair growth ที่ลดลง ในทางกลับกัน การเพิ่ม endogenous antioxidant capacity ของ hair follicle ใน experimental models สามารถช่วยลดการเร่งเข้าสู่ catagen ที่เกิดจาก oxidative stress ได้
ทำให้เราได้เห็นว่า oxidative stress มีความเชื่อมโยงกับ hair cycle ได้โดยตรงมากขึ้น ไม่ใช่แค่อนุมูลอิสระทำให้แก่เท่านั้น
Oxidative Stress กับ Dermal Papilla Cell Aging
Dermal papilla cells เป็นหนึ่งในศูนย์ควบคุมสำคัญของ hair follicle และมีงานวิจัยก่อนหน้านี้แล้วที่พบว่ามี oxidative stress-associated premature senescence ใน DPCs จากบริเวณ balding scalp ของผู้ชายที่มี AGA
เมื่อ DPCs เกิด senescence ความสามารถในการส่งสัญญาณระหว่าง dermal papilla กับ follicular epithelium อาจลดลง ส่งผลต่อ regenerative capacity ของ follicle
ดังนั้นมุมมองของ AGA ในปัจจุบันจึงอาจไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องของ genetics กับ androgen/DHT แต่ยังมี biological processes อื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น oxidative stress -> cellular senescence → altered follicular signaling
อย่างไรก็ตาม oxidative stress ยังควรถูกมองว่าเป็นหนึ่งใน pathophysiology ไม่ได้มาแทนที่ androgen-dependent mechanisms ซึ่งยังคงเป็นกลไกหลักของการเกิด AGA
Antioxidants ช่วยรักษาผมร่วงได้หรือไม่?
จากข้อมูลข้างต้น การใช้ Antioxidants ก็น่าจะเข้ามาช่วยควบคุมผมร่วงหรือ AGA ได้ เช่น resveratrol, arctiin, ginsenoside เป็นต้น แต่ข้อมูลเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังมาจากข้อมูล in vitro หรือ animal studies ข้อมูลด้าน clinical application ยังมีจำกัด และ natural compounds หลายชนิดแม้มีทั้ง antioxidant และ hair-growth effects แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า hair growth ที่พบเกิดจาก antioxidant mechanism โดยตรงหรือไม่
ดังนั้นจึงยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าการกิน antioxidant แล้วรักษา AGA ได้
แต่เราสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาปรับใช้ใน Lifestyle Modification ได้ เพราะว่าภาวะ oxidative stress ไม่ได้เกิดขึ้นแยกออกจากสุขภาพโดยรวม ทั้ง nutritional status, metabolic health และ obesity สามารถมีความสัมพันธ์กับ oxidative balance ได้ มีงานตีพิมพ์ใน Nature พบว่า ในการให้สัตว์ทดลองกิน high-fat diet จะไปเพิ่ม inflammatory signals และ oxidative stress และส่งผลต่อ HFSCs จนนำไปสู่ follicular miniaturization และลดความสามารถในการ regenerate ของ hair follicle
ทำให้แนวคิดเรื่อง hair health อาจต้องเริ่มมองไกลกว่าเพียงการทายาหรือการกินยา การมี balanced nutrition, healthy body weight, metabolic health ที่ดี, adequate micronutrients และการกินอาหารที่มี natural antioxidant สูง อาจมีบทบาทในการสร้าง biological environment ที่เหมาะสมต่อสุขภาพของ hair follicle แม้ปัจจุบันเรายังไม่สามารถระบุได้ว่าการปรับ lifestyle แต่ละอย่างจะเพิ่ม hair density ได้มากน้อยเพียงใดในผู้ป่วย AGA
มาถึงตรงนี้ ก็ต้องมีการพูดถึง Mediterranean Diet กันสักหน่อย เพราะเป็นอาหารที่อุดมไปด้วย polyphenols จากผัก ผลไม้ ธัญพืช และอาหารจากพืชหลายชนิด ตัว Polyphenols มี antioxidant properties และอาจมีบทบาทต่อ redox signaling เพียงแต่ว่า Mediterranean diet มีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวมและอาจช่วยลด oxidative burden
แต่ไม่ได้หมายความว่า Mediterranean diet จะรักษา AGA ได้ เพราะปัจจุบัน evidence ยังไม่เพียงพอที่จะใช้แทนการรักษาที่มีข้อมูลมากอยู่ก่อนแล้ว เช่น finasteride, minoxidil หรือ dutasteride ได้
โดยสรุปแล้ว oxidative stress ไม่ใช่สาเหตุหลักของ hair loss และการรับประทาน antioxidants ก็ยังไม่ใช่การรักษา AGA ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว การรักษา AGA ยังคงต้องจัดการกับ androgen-dependent follicular miniaturization และใช้การรักษาที่มีหลักฐานรองรับ
แต่หลักฐานในระดับ molecular และ experimental studies กำลังทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่า redox balance มีความสัมพันธ์กับ hair follicle development, cellular senescence, inflammation และ hair-cycle regulation ทำให้มีการต่อยอดเพิ่มเติมว่านอกจากการรักษาทางยาแล้ว เราจะรักษาสภาพแวดล้อมทางชีววิทยาของ Hair Follicle ให้แข็งแรงได้นานที่สุดอย่างไร?”
สิ่งที่น่าสนใจในอนาคตจึงไม่ใช่เพียงการค้นหา antioxidant ตัวใหม่ แต่คือการศึกษาว่าเราสามารถควบคุม oxidative stress ใน hair follicle ได้อย่างจำเพาะเพียงใด และการทำเช่นนั้นจะสามารถเปลี่ยน clinical outcome ของผู้ป่วย hair loss ได้จริงหรือไม่
เพราะสุดท้ายแล้ว การดูแลเส้นผมอาจไม่ใช่เพียงเรื่องของ “การทำให้ผมขึ้น”
แต่อาจเป็นเรื่องของ “การทำให้ Hair Follicle มีสุขภาพดีและทำงานได้นานที่สุด”
Reference: Du F, Li J, Zhang S, Zeng X, Nie J, Li Z. Oxidative stress in hair follicle development and hair growth: Signalling pathways, intervening mechanisms and potential of natural antioxidants. J Cell Mol Med. 2024;28:e18486. doi:10.1111/jcmm.18486.
หากคุณสนใจที่จะปลูกผม หรือมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพเส้นผม และหนังศีรษะสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่:
📞 094-441-4965
📩 Line: @beq_haircenter
Click: http://line.me/ti/p/@beq_haircenter
Facebook: BEQ Hair Center
Instagram: beqhaircenter_dr.danai
Youtube: BEQ Hair Center
TIKTOK: beq_hair_center










