คำถามสำคัญคือ ผู้ที่เป็นซิฟิลิสหรือเคยรักษาซิฟิลิสแล้ว สามารถปลูกผมได้หรือไม่ และเทคนิค DHIv Hair Transplantation เหมาะกับผู้ป่วยกลุ่มนี้อย่างไร?
บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่สาเหตุของผมร่วงจากซิฟิลิส วิธีตรวจวินิจฉัย การรักษา การฟื้นตัวของเส้นผม ไปจนถึงการประเมินความพร้อมในการปลูกผม และทางเลือก DHIv ของ BEQ Hair Clinic สำหรับผู้ที่มีประวัติโรคติดเชื้อ
ซิฟิลิสคืออะไร และทำไมจึงทำให้ผมร่วง?
ซิฟิลิสเป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากแบคทีเรีย Treponema pallidum ติดต่อผ่านการสัมผัสรอยโรคที่มีเชื้อระหว่างกิจกรรมทางเพศเป็นหลัก และสามารถถ่ายทอดจากมารดาสู่ทารกในครรภ์ได้
โรคแบ่งออกเป็นหลายระยะ ได้แก่
ระยะปฐมภูมิ (Primary Syphilis): มักมีแผลบริเวณที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งอาจไม่เจ็บ
ระยะทุติยภูมิ (Secondary Syphilis): อาจมีผื่น ต่อมน้ำเหลืองโต และผมร่วง
ระยะแฝง (Latent Syphilis): ไม่มีอาการแสดงชัดเจน แต่ยังตรวจพบหลักฐานการติดเชื้อ
ระยะตติยภูมิ (Tertiary Syphilis): อาจเกิดความเสียหายต่ออวัยวะต่าง ๆ หากไม่ได้รับการรักษา
ภาวะผมร่วงจากซิฟิลิสมักสัมพันธ์กับระยะทุติยภูมิ โดยกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้ออาจรบกวนการทำงานของรูขุมขนและวงจรเส้นผม
ทั้งนี้ การติดเชื้อที่ระบบประสาท ดวงตา หรือหูสามารถเกิดได้ในหลายระยะของโรค หากมีอาการตามัว การได้ยินผิดปกติ หรืออาการทางระบบประสาท ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว
ผมร่วงจากซิฟิลิสมีลักษณะอย่างไร?
ภาวะผมร่วงจากซิฟิลิส หรือ Syphilitic Alopecia พบได้ไม่บ่อย และอาจแสดงอาการได้หลายรูปแบบ
1. ผมร่วงเป็นหย่อมคล้ายมอดแทะ (Moth-eaten Alopecia)
เป็นลักษณะที่พบได้ในผู้ป่วยบางราย โดยมีผมร่วงเป็นหย่อมเล็ก ๆ รูปร่างไม่สม่ำเสมอ กระจายตามหนังศีรษะ และอาจพบเด่นบริเวณท้ายทอยหรือด้านข้างศีรษะ
2. ผมบางกระจายทั่วศีรษะ (Diffuse Alopecia)
ผู้ป่วยอาจสังเกตว่าเส้นผมบางลงโดยรวม โดยไม่มีบริเวณศีรษะล้านที่ชัดเจน ลักษณะนี้อาจคล้ายภาวะผมร่วงชนิดอื่น เช่น Telogen Effluvium
3. ผมร่วงแบบผสม (Mixed-pattern Alopecia)
มีทั้งผมร่วงเป็นหย่อมและผมบางกระจายร่วมกัน
ผู้ป่วยบางรายอาจมีผมร่วงโดยไม่มีผื่นหรืออาการอื่นของซิฟิลิสที่สังเกตได้ชัด เรียกว่า Essential Syphilitic Alopecia
อย่างไรก็ตาม ผมร่วงเป็นหย่อมไม่ได้หมายความว่าเป็นซิฟิลิสเสมอไป เพราะโรคผมร่วงชนิดอื่นอาจมีลักษณะคล้ายกัน
ผมร่วงจากซิฟิลิสต่างจากโรคผมร่วงเป็นหย่อมอย่างไร?
ภาวะผมร่วงจากซิฟิลิสอาจคล้ายกับโรคผมร่วงเป็นหย่อมจากภูมิคุ้มกัน หรือ Alopecia Areata
แพทย์อาจใช้การตรวจเส้นผมและหนังศีรษะด้วยกล้องขยาย (Trichoscopy) เพื่อช่วยประเมินลักษณะของเส้นผมและหนังศีรษะ
การศึกษาของ Tejapira และคณะพบว่า ลักษณะเส้นผมรูปเครื่องหมายอัศเจรีย์ (Exclamation Mark Hairs) ช่วยสนับสนุนการวินิจฉัย Alopecia Areata ขณะที่พื้นหนังศีรษะแดงพบมากกว่าในกลุ่มผมร่วงจากซิฟิลิสที่ศึกษา
อย่างไรก็ตาม การตรวจด้วยกล้องไม่สามารถใช้ยืนยันโรคซิฟิลิสได้ จำเป็นต้องพิจารณาประวัติ การตรวจร่างกาย และการตรวจเลือดร่วมกัน
การตรวจเลือดเพื่อวินิจฉัยซิฟิลิส
การตรวจเลือดเพื่อวินิจฉัยซิฟิลิสโดยทั่วไปใช้การตรวจสองกลุ่มร่วมกัน ได้แก่
1. Nontreponemal Tests
เช่น RPR หรือ VDRL ใช้ประกอบการวินิจฉัยและติดตามการตอบสนองต่อการรักษาผ่านระดับไตเตอร์ (Titer)
2. Treponemal Tests
เช่น TP-PA หรือการตรวจแอนติบอดีจำเพาะต่อเชื้อซิฟิลิส
สิ่งสำคัญคือ ผู้ที่รักษาซิฟิลิสสำเร็จแล้ว อาจยังมีผล Treponemal Test เป็นบวกต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือเป็นบวกตลอดชีวิต
ดังนั้น ผลตรวจเป็นบวกไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยยังมีการติดเชื้อที่กำลังดำเนินอยู่เสมอไป
แพทย์จำเป็นต้องพิจารณาประวัติการรักษา อาการ ผลตรวจ RPR หรือ VDRL และความเสี่ยงต่อการติดเชื้อใหม่ร่วมกัน
สำหรับผู้ที่เคยเป็นซิฟิลิสและกำลังวางแผนปลูกผม ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญต่อการประเมินความพร้อมก่อนผ่าตัด เพราะไม่ควรใช้ผลเลือดบวกเพียงรายการเดียวมาตัดสินว่าผู้ป่วยสามารถหรือไม่สามารถปลูกผมได้
ผมร่วงจากซิฟิลิสรักษาอย่างไร?
การรักษาหลักคือการรักษาการติดเชื้อซิฟิลิสตามระยะของโรค ไม่ใช่การปลูกผม
สำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นซิฟิลิสระยะปฐมภูมิหรือทุติยภูมิ โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่ต้องใช้สูตรยาเฉพาะ แนวทางมาตรฐานของ CDC แนะนำ Benzathine Penicillin G ขนาด 2.4 ล้านยูนิต ฉีดเข้ากล้ามเนื้อครั้งเดียว
อย่างไรก็ตาม สูตรการรักษาและระยะเวลารักษาจะแตกต่างกันตามระยะของโรค ภาวะแทรกซ้อน การตั้งครรภ์ และประวัติการแพ้ยา
ผู้ป่วยไม่ควรซื้อยารับประทานเองหรือเลือกสูตรยาจากอาการผมร่วงเพียงอย่างเดียว
หลังเริ่มรักษาอาจเกิดปฏิกิริยา Jarisch–Herxheimer Reaction เช่น ไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ หรือปวดกล้ามเนื้อภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งต้องแยกจากการแพ้ยา
หากผู้ป่วยตั้งครรภ์ หรือมีอาการผิดปกติรุนแรง ควรได้รับการดูแลจากแพทย์โดยเร็ว
รักษาซิฟิลิสแล้วผมจะกลับมางอกใหม่หรือไม่?
โดยทั่วไป เส้นผมที่ร่วงจากซิฟิลิสมีโอกาสงอกกลับหลังรักษาการติดเชื้ออย่างเหมาะสม
เนื่องจาก Syphilitic Alopecia ส่วนใหญ่เป็นภาวะผมร่วงชนิดไม่มีแผลเป็น รูขุมขนจึงยังมีโอกาสกลับมาสร้างเส้นผมได้
รายงานทางการแพทย์พบว่าผู้ป่วยจำนวนหนึ่งเริ่มเห็นการฟื้นตัวของเส้นผมภายในประมาณ 3 เดือน และอาจมีการงอกกลับต่อเนื่องในช่วง 3–6 เดือน
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาฟื้นตัวและความหนาแน่นของเส้นผมที่กลับมาแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
หากรักษาซิฟิลิสแล้วแต่ยังมีผมบาง ศีรษะล้าน หรือแนวผมร่น อาจมีสาเหตุอื่นร่วมด้วย เช่น
ผมบางจากพันธุกรรม (Androgenetic Alopecia)
ภาวะผมร่วงระยะพัก (Telogen Effluvium)
โรคผมร่วงเป็นหย่อมจากภูมิคุ้มกัน (Alopecia Areata)
ภาวะขาดสารอาหารหรือความผิดปกติทางสุขภาพบางชนิด
โรคหนังศีรษะที่ส่งผลต่อรูขุมขน
โดยเฉพาะในผู้ที่มีผมบางจากพันธุกรรมร่วมด้วย การรักษาซิฟิลิสเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถทำให้เส้นผมกลับมาหนาแน่นได้ทั้งหมด
ในกรณีนี้ แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยยา หรือการปลูกผมตามข้อบ่งชี้
ผู้ที่เป็นซิฟิลิสหรือเคยเป็นซิฟิลิส สามารถปลูกผมได้หรือไม่?
ผู้ที่เคยเป็นซิฟิลิสสามารถเข้ารับการประเมินเพื่อพิจารณาปลูกผมได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนเหมาะสมกับการผ่าตัดทันที
หากผมร่วงเกิดจากซิฟิลิสโดยตรง ควรรักษาการติดเชื้อและติดตามการงอกกลับของเส้นผมก่อน เพราะอาจไม่จำเป็นต้องปลูกผม
แต่หากได้รับการรักษาซิฟิลิสอย่างเหมาะสมแล้ว และยังมีผมบางจากพันธุกรรม ศีรษะล้าน หรือแนวผมร่น การปลูกผมอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
แพทย์จะต้องประเมินสถานะการติดเชื้อ ประวัติการรักษา สุขภาพโดยรวม สภาพหนังศีรษะ และคุณภาพเส้นผมบริเวณที่ใช้เป็นแหล่งกราฟต์ (Donor Area)
ต้องรอนานเท่าไรหลังรักษาซิฟิลิสจึงจะปลูกผมได้?
ปัจจุบันยังไม่มีระยะเวลารอปลูกผมหลังรักษาซิฟิลิสที่กำหนดเป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับผู้ป่วยทุกราย
แพทย์จะพิจารณาว่าผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมแล้วหรือไม่ มีข้อสงสัยเรื่องการติดเชื้อที่ยังดำเนินอยู่หรือการติดเชื้อใหม่หรือไม่ และเส้นผมที่ร่วงจากซิฟิลิสฟื้นตัวมากน้อยเพียงใด
ไม่จำเป็นต้องรอให้ผล Treponemal Test เป็นลบเสมอไป เนื่องจากผลตรวจอาจยังเป็นบวกหลังรักษาสำเร็จ
หากยังไม่ได้รับการรักษา หรือสถานะการติดเชื้อยังไม่ชัดเจน ควรชะลอการปลูกผมที่ไม่เร่งด่วนจนกว่าจะได้รับการประเมินอย่างเหมาะสม
DHIv Hair Transplantation ทางเลือกการปลูกผมสำหรับผู้ที่เคยเป็นซิฟิลิส
ผู้ที่เคยเป็น โรคซิฟิลิส (Syphilis) และได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมแล้ว อาจยังมีปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน หรือแนวผมร่นจากพันธุกรรมหรือสาเหตุอื่นร่วมด้วย จึงอาจมีความต้องการปลูกผมเพื่อฟื้นฟูความหนาแน่นของเส้นผมและปรับแนวผมให้เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีประวัติซิฟิลิสบางรายอาจกังวลว่า ตนเองยังสามารถปลูกผมได้หรือไม่ และจำเป็นต้องเลือกเทคนิคพิเศษสำหรับผู้มีประวัติโรคติดเชื้อหรือไม่
BEQ Hair Clinic มีเทคนิค DHIv Hair Transplantation ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยให้ความสำคัญกับการปลูกผมสำหรับผู้ที่มีโรคติดเชื้อร่วม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ติดเชื้อ HIV และไวรัสตับอักเสบบีหรือซี ซึ่งต้องอาศัยการประเมินภาวะสุขภาพและการวางแผนหัตถการอย่างเหมาะสม
สำหรับผู้ที่เคยเป็นซิฟิลิส แนวทางการประเมินและวางแผนปลูกผมในกลุ่มผู้มีโรคติดเชื้อร่วมสามารถนำมาประกอบการพิจารณาได้เช่นกัน โดยแพทย์จะตรวจสอบประวัติการรักษา สถานะของโรค สุขภาพโดยรวม และสาเหตุของผมบาง ก่อนประเมินว่า DHIv เป็นเทคนิคที่เหมาะสมหรือไม่
การมีประวัติซิฟิลิสไม่ได้เป็นข้อห้ามในการปลูกผมตลอดชีวิต และไม่ได้หมายความว่าจำเป็นต้องใช้ DHIv ในผู้ป่วยทุกราย
ทั้งนี้ หากผมร่วงเกิดจากการติดเชื้อซิฟิลิสโดยตรง ควรรักษาการติดเชื้อและติดตามการงอกกลับของเส้นผมก่อนพิจารณาปลูกผม
DHIv มีจุดเด่นอย่างไร?
1. การใช้หัวเจาะกราฟต์ขนาดเล็ก
BEQ Hair Clinic ระบุว่า DHIv ใช้หัวเจาะกราฟต์ขนาดประมาณ 0.6–0.8 มิลลิเมตร โดยแพทย์เลือกขนาดตามลักษณะของกราฟต์ผม เพื่อช่วยลดการกระทบกระเทือนของเนื้อเยื่อระหว่างการเก็บกราฟต์
2. การจัดการและเก็บรักษากราฟต์ผม
กราฟต์ผมที่เก็บได้จะผ่านกระบวนการคัดแยก ตกแต่ง และเก็บรักษาในสารละลายที่เหมาะสม ก่อนนำไปปลูกในบริเวณที่ต้องการ
3. การปลูกผมด้วยอุปกรณ์ DHI Implanter
แพทย์ใช้อุปกรณ์นำปลูกเพื่อควบคุมตำแหน่ง ทิศทาง และองศาของเส้นผมให้เหมาะสมกับแนวผมที่ออกแบบไว้
4. การให้ความสำคัญกับมาตรการควบคุมการติดเชื้อ
BEQ Hair Clinic ให้ความสำคัญกับการจัดเตรียมอุปกรณ์ การจัดการระหว่างหัตถการ และการควบคุมการติดเชื้อตามมาตรฐานทางการแพทย์ ซึ่งต้องปฏิบัติกับผู้ป่วยทุกรายอย่างเหมาะสม
5. การประเมินความพร้อมก่อนปลูกผมเป็นรายบุคคล
สำหรับผู้ที่เคยเป็นซิฟิลิส แพทย์จะพิจารณาประวัติการรักษา ผลตรวจเลือดที่เกี่ยวข้อง และสถานะของโรค ร่วมกับการประเมินหนังศีรษะและบริเวณที่ใช้เป็นแหล่งกราฟต์ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
ผู้ที่เคยเป็นซิฟิลิส เหมาะกับการปลูกผมด้วย DHIv หรือไม่?
ผู้ที่เคยเป็นซิฟิลิสและยังมีปัญหาผมบางหลังรักษา สามารถเข้ารับการประเมินเพื่อพิจารณาการปลูกผมด้วยเทคนิค DHIv ได้ หากมีข้อบ่งชี้ในการปลูกผมและมีความพร้อมทางการแพทย์
ทั้งนี้ DHIv ไม่ใช่วิธีรักษาโรคซิฟิลิส และยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าเทคนิคนี้ให้ผลลัพธ์ดีกว่าหรือปลอดภัยกว่าเทคนิคปลูกผมอื่นโดยเฉพาะในผู้ที่เคยเป็นซิฟิลิส
ทำไมผู้ที่เคยเป็นซิฟิลิสและต้องการปลูกผม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกเทคนิค?
การปลูกผมเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ต้องพิจารณามากกว่าจำนวนกราฟต์หรือรูปแบบแนวผม
สำหรับผู้ที่มีประวัติซิฟิลิส แพทย์จำเป็นต้องแยกให้ได้ว่าปัญหาผมบางในปัจจุบันเกิดจากสาเหตุใด
หากเป็นผมร่วงจากซิฟิลิสโดยตรง การรักษาการติดเชื้อและติดตามการฟื้นตัวอาจเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่า
แต่หากเป็นผมบางจากพันธุกรรมหรือภาวะศีรษะล้านที่มีข้อบ่งชี้ในการปลูกผม แพทย์จึงพิจารณาเทคนิคที่เหมาะสม รวมถึง DHIv ตามสภาพเส้นผม หนังศีรษะ และสุขภาพโดยรวม
ที่ BEQ Hair Clinic ผู้รับบริการสามารถปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการปลูกผมด้วยเทคนิค DHIv และนำประวัติการรักษาซิฟิลิส รวมถึงผลตรวจเลือดเดิมมาประกอบการประเมินได้
การเปิดเผยประวัติสุขภาพอย่างครบถ้วนช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้เหมาะสมและคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับซิฟิลิส ผมร่วง และการปลูกผม DHIv
ซิฟิลิสทำให้ผมร่วงถาวรหรือไม่?
โดยทั่วไปผมร่วงจากซิฟิลิสเป็นชนิดไม่มีแผลเป็น และมีโอกาสงอกกลับหลังรักษาการติดเชื้อ หากยังมีผมบางต่อเนื่องควรประเมินสาเหตุอื่นร่วมด้วย
รักษาซิฟิลิสแล้ว แต่ผมยังบาง สามารถปลูกผมได้ไหม?
อาจทำได้ หากได้รับการรักษาการติดเชื้ออย่างเหมาะสมแล้ว และแพทย์พบว่ามีผมบางจากสาเหตุอื่นที่มีข้อบ่งชี้ในการปลูกผม
ผลตรวจซิฟิลิสยังเป็นบวก สามารถปลูกผมได้หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับชนิดของผลตรวจ ประวัติการรักษา และสถานะของโรค ผล Treponemal Test ที่เป็นบวกต่อเนื่องหลังรักษาไม่ได้หมายความว่ายังมีการติดเชื้อที่กำลังดำเนินอยู่เสมอไป
DHIv รักษาผมร่วงจากซิฟิลิสได้หรือไม่?
ไม่ได้ DHIv เป็นเทคนิคการปลูกผม ไม่ใช่วิธีรักษาการติดเชื้อซิฟิลิส หากผมร่วงเกิดจากซิฟิลิสโดยตรง ควรรักษาการติดเชื้อและติดตามการฟื้นตัวของเส้นผมก่อน
ผู้ที่เคยเป็นซิฟิลิส จำเป็นต้องเลือก DHIv เท่านั้นหรือไม่?
ไม่จำเป็น การมีประวัติซิฟิลิสไม่ได้เป็นข้อบ่งชี้ให้ต้องเลือก DHIv โดยอัตโนมัติ แพทย์จะประเมินว่าควรใช้เทคนิคใดตามความเหมาะสม
DHIv ใช้กับผู้ที่มี HIV หรือไวรัสตับอักเสบได้ด้วยหรือไม่?
BEQ Hair Clinic นำเสนอ DHIv สำหรับผู้ที่มีโรคติดเชื้อร่วม เช่น HIV และไวรัสตับอักเสบบีหรือซี แต่ผู้ป่วยต้องผ่านการประเมินความพร้อมทางการแพทย์ก่อนผ่าตัดเป็นรายบุคคล
เคยเป็นซิฟิลิส ยังมีโอกาสปลูกผมและกลับมามั่นใจในเส้นผมได้
การมีประวัติซิฟิลิสไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยทุกคนต้องหมดโอกาสในการปลูกผม
หากได้รับการรักษาการติดเชื้ออย่างเหมาะสมแล้ว และยังมีปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน หรือแนวผมร่นจากสาเหตุอื่น การปลูกผมอาจเป็นทางเลือกหนึ่งหลังผ่านการประเมินจากแพทย์
BEQ Hair Clinic ให้บริการ DHIv Hair Transplantation เทคนิคปลูกผมที่พัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงผู้ที่มีโรคติดเชื้อร่วม พร้อมการประเมินและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
สำหรับผู้ที่เคยเป็นซิฟิลิส แพทย์จะประเมินประวัติการรักษา สถานะของโรค สุขภาพโดยรวม และสภาพเส้นผม ก่อนพิจารณาว่าเทคนิค DHIv เหมาะสมหรือควรเลือกวิธีรักษาอื่น
เพราะประวัติการติดเชื้อซิฟิลิส ไม่ควรเป็นเหตุให้คุณหมดโอกาสได้รับการประเมินเพื่อฟื้นฟูเส้นผมอย่างเหมาะสม
นัดหมายปรึกษาแพทย์และสอบถามรายละเอียด DHIv Hair Transplantation ที่ BEQ Hair Clinic
รายละเอียดบริการ DHIv:
https://beqclinic.com/service/dhiv/
Facebook: https://www.facebook.com/BEQHairClinic
LINE Official Account: http://line.me/ti/p/@beq_haircenter
WhatsApp: +66 94 441 4965
WeChat: BEQ_HairCenter
เอกสารอ้างอิง
Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Syphilis — STI Treatment Guidelines. https://www.cdc.gov/std/treatment-guidelines/syphilis.htm
CDC. Primary and Secondary Syphilis. https://www.cdc.gov/std/treatment-guidelines/p-and-s-syphilis.htm
CDC. Laboratory Recommendations for Syphilis Testing, United States, 2024. https://www.cdc.gov/mmwr/volumes/73/rr/rr7301a1.htm
CDC. Syphilis Among Persons with HIV Infection. https://www.cdc.gov/std/treatment-guidelines/syphilis-hiv.htm
CDC. Syphilis During Pregnancy. https://www.cdc.gov/std/treatment-guidelines/syphilis-pregnancy.htm
Pomsoong C, et al. Epidemiological, Clinical, and Trichoscopic Features of Syphilitic Alopecia: A Retrospective Analysis and Systematic Review. Frontiers in Medicine. 2022;9:890206. https://doi.org/10.3389/fmed.2022.890206
Tejapira K, et al. Trichoscopic Features of Syphilitic Alopecia and Alopecia Areata: A Comparative Study. Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology. 2023;16:2259–2269. https://doi.org/10.2147/CCID.S424054
BEQ Hair Clinic. DHIv Hair Transplantation. https://beqclinic.com/service/dhiv/
International Society of Hair Restoration Surgery (ISHRS). Patient Information. https://ishrs.org/patients/getting-started/
อยากรู้ว่าเส้นผมของคุณมีปัญหาตรงไหน หรือเหมาะกับการปลูกผมหรือไม่? สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่:
📞 094-441-4965
📩 Line: @beq_haircenter
Click: http://line.me/ti/p/@beq_haircenter
Facebook: BEQ Hair Center
Instagram: beqhaircenter_dr.danai
Youtube: BEQ Hair Center
TIKTOK: beq_hair_center






