คุณเคยรู้สึกไหมว่า…
ตอนอายุยังไม่ถึง 30 แต่เวลาเจอเพื่อนเก่า กลับถูกแซวว่า “ทำไมผมเถิกแล้ววะ”
หรือเวลาส่องกระจก ก็อดคิดไม่ได้ว่า “ถ้าผมยังหนาเหมือนสมัยมหา’ลัย คงดูดีกว่านี้”
หลายครั้งคุณพยายามเปลี่ยนทรงผมเพื่อปิดซ่อนปัญหา แต่พอออกกำลังกาย เหงื่อออก หรือเจอลมแรง ทุกอย่างก็โป๊ะแตกหมด ความมั่นใจที่มีกลับหายเกลี้ยงไปในทันที
จนวันหนึ่ง คุณเริ่มค้นหาคำว่า “ยาปลูกผม” ในอินเทอร์เน็ต และเจอชื่อที่โผล่ขึ้นมาบ่อยที่สุด 2 ตัว คือ Minoxidil และ Finasteride
…แต่แทนที่จะได้คำตอบ กลับมีแต่ความสับสนเพิ่มขึ้น
- บางคนบอก Minoxidil ดีที่สุด
- บางคนสาบานว่า Finasteride เอาอยู่
- อีกหลายคนบอกว่าต้องใช้คู่กัน ไม่งั้นไม่เห็นผล
คำถามคือ… ความจริงแล้ว ยาตัวไหนกันแน่ที่ช่วยให้ผมกลับมาได้?

Minoxidil vs Finasteride ต่างกันอย่างไร?
หลายคนพยายามเปรียบเทียบว่า “Minoxidil ดีกว่า Finasteride หรือเปล่า?” แต่ความจริงคือ… มันไม่ใช่คู่แข่ง แต่เป็นทีมเดียวกัน
- Minoxidil → กระตุ้นเส้นผมให้แข็งแรงและหลุดร่วงยากขึ้น
- Finasteride → ปกป้องเส้นผมจากต้นเหตุของผมร่วง โดยการยับยั้งการสร้างฮอร์โมน DHT
ถ้าเปรียบกับการสร้างบ้าน →
- Minoxidil เหมือนการ “บำรุงดินและใส่ปุ๋ย”
- Finasteride เหมือน “กำจัดศัตรูพืชที่ทำลายต้นไม้”
จะเห็นได้ว่าทั้งคู่ไม่สามารถแทนกันได้ แต่เมื่อทำงาน ร่วมกัน จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

Minoxidil คืออะไร?
ยาที่หลายคนรู้จักในชื่อ “ยาปลูกผม” จริงๆ แล้ว Minoxidil แต่เดิมนั้นเป็นยาที่ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง แต่ผู้ป่วยกลับมีผลข้างเคียงที่ “ไม่ธรรมดา” คือ… มีผมที่หนาขึ้นและมีขนขึ้นตามร่างกาย
แพทย์จึงเริ่มนำมาพัฒนาต่อในรูปแบบเฉพาะสำหรับศีรษะ และกลายเป็นหนึ่งในยารักษาผมร่วงที่ใช้แพร่หลายที่สุดในปัจจุบัน
กลไกการทำงาน
- ขยายหลอดเลือดบนหนังศีรษะ
- เพิ่มการไหลเวียนเลือดและสารอาหารไปเลี้ยงรากผม
- กระตุ้นเส้นผมที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรงและงอกใหม่
รูปแบบการใช้
- แบบทา → ตัวยาอาจลงผ่านหนังศีระษะไปถึงรากผมได้ไม่เต็มที่ แต่ไม่ต้องระวังผลข้างเคียงจากความดันโลหิตที่ลดลงได้แบบยากิน
- แบบกิน → ยาไปถึงรากผมทั่วทั้งศีรษะแน่นอน แต่ก็อาจมีอาการอย่างปวดศีรษะในระยะยแรกๆ ได้ รวมถึงการมีขนตามร่างกายที่ดูเด่นชัดมากขึ้น

Finasteride คืออะไร?
กลไกการทำงาน
- ยับยั้งเอนไซม์ 5-alpha reductase ทำให้ฮอร์โมน Testosterone ถูกเปลี่ยนเป็นฮอร์โมน DHT (ตัวการทำให้รากผมฝ่อ) ที่รากผมน้อยลง
- เมื่อ DHT ลดลง → ผมร่วงลดน้อยลง และผมใหม่มีโอกาสงอกขึ้นมาใหม่และกลับมาเส้นหนาอีกครั้ง
ผลข้างเคียงที่ควรรู้
Minoxidil
- แบบทา: ผื่นผิวหนังแพ้อักเสบ (คัน แห้ง หรือเป็นขุยที่หนังศีรษะ)
- แบบกิน: อาจมีอาการปวดศีรษะ หัวใจเต้นเร็วขึ้น และมีขนขึ้นตามร่างกายได้
Finasteride
พบได้น้อยมาก (1–2%) เช่น
- ความต้องการทางเพศลดลง
- ภาวะอวัยวะเพศไม่แข็งตัว
- ปริมาณน้ำอสุจิลดลง
- เต้านมโตผิดปกติ
ผลข้างเคียงเหล่านี้มักหายไปเองเมื่อหยุดใช้ยา

ต้องใช้ยานานแค่ไหนถึงจะเห็นผล?
การรักษาผมร่วงไม่ใช่เรื่องของวันสองวัน แต่คือ “ความสม่ำเสมอ” และ “อดทนรอ”
- ช่วง 3 เดือนแรก → ผมเริ่มมีการหลุดร่วงน้อยลง
- ช่วง 3-6 เดือน → เส้นผมค่อยๆ กลับมาหนาขึ้นจนมองเห็นได้
- ช่อง 6-12 เดือน → ความเปลี่ยนแปลงค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนได้ผลลัพธ์เต็มที่
- หากหยุดยา → ผมร่วงอาจกลับมาในเวลา 1-3 เดือน
แล้วควรเลือกใช้แบบไหน?
คำตอบคือ… ใช้ร่วมกันดีที่สุด
- Minoxidil → กระตุ้นการงอกใหม่
- Finasteride → ป้องกันไม่ให้รากผมถูกทำลาย
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแพทย์มักแนะนำให้ใช้คู่กัน เพื่อป้องกันและรักษาปัญหาผมร่วงได้ครบทุกมิติ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ใช้แล้วหายขาดเลยไหม?
A: ไม่หายขาด ต้องใช้ต่อเนื่อง ถ้าหยุดอาการผมร่วงอาจกลับมาอีก
Q: ผู้หญิงสามารถใช้ได้ไหม?
A: Minoxidil ใช้ได้ แต่ Finasteride ไม่แนะนำ โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์
Q: ถ้าใช้ยาแล้วไม่ได้ผล ต้องทำอย่างไร?
A: หากครบ 6–12 เดือนไม่เห็นผล ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยปัญหาที่แท้จริง และเลือกการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

สรุป ไม่ใช่ใครดีกว่าใคร แต่คือทีมเดียวกัน
- Minoxidil = กระตุ้นเส้นผมให้กลับมาแข็งแรง
- Finasteride = หยุดสาเหตุหลักที่ทำให้ผมร่วง
เมื่อใช้คู่กันจึงได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อความปลอดภัยและคุ้มค่าในระยะยาว
ที่ BEQ Hair Center เราไม่ได้มองว่า Minoxidil หรือ Finasteride คือ “ยาปลูกผมวิเศษ” แต่คือ “เครื่องมือ” ที่ถ้าใช้ถูกวิธี จะช่วยชะลอและฟื้นฟูเส้นผมของคุณให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง
และถ้าคุณต้องการมากกว่านั้น เช่น การปลูกผมถาวร หรือการออกแบบแนวไรผมใหม่ ทีมแพทย์ผู้ชำนาญการของเราพร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลสำหรับคุณ
📍 BEQ Hair Center ชั้น 3 อาคาร C.P.Tower สีลม
📞 094-441-4965
📩 Line: @beq_haircenter
Click: http://line.me/ti/p/@beq_haircenter
Facebook: BEQ Hair Center
Instagram: beq_haircenter
Youtube: BEQ Hair Center
TIKTOK: beq_hair_center