หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้คนเรามีปัญหาผมบางหรือศีรษะล้าน ไม่ได้มาจากปัจจัยด้านฮอร์โมนเพียงอย่างเดียว แต่จุดเริ่มต้นของปัญหานั้นลึกลงไปถึงระดับ “พันธุกรรม” ที่สามารถถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นได้
หัวล้านจากกรรมพันธุ์คืออะไร?
ภาวะผมบาง – ศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์หรือ Androgenetic Alopecia เป็นภาวะผมร่วงที่เกิดจากพันธุกรรมและฮอร์โมน โดยเฉพาะฮอร์โมนเพศชายที่มีอยู่ทั้งในผู้ชาย และผู้หญิง
ในผู้ชายฮอร์โมนเพศชายหลักจะมีชื่อว่า Testosterone ซึ่งผลิตมาจากลูกอัณฑะ ส่วนฮอร์โมนเพศชายหลักในผู้หญิงจะมีชื่อว่า DHEA (Dehydroepiandrosterone) ซึ่งผลิตมาจากต่อมหมวกไตชั้นนอก
ฮอร์โมนเพศชายนี้จะไหลเวียนไปทั่วร่างกายตามกระแสเลือด แต่เมื่อไหลมาสู่บริเวณรากผม และมาเจอกับเอนไซม์ 5-alpha reductase (5AR) ฮอร์โมนเหล่านี้จะถูกเปลี่ยนไปเป็น ฮอร์โมน DHT หรือ Dihydrotestosterone ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้แหละครับ ที่เป็นตัวที่ทำให้ผมร่วง
ฮอร์โมน DHT ตัวการหลักที่ทำให้ผมร่วง
อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า ฮอร์โมน DHT จะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผมร่วง โดยจะส่งผลต่อเส้นผมอยู่ 2 อย่างหลัก ๆ ด้วยกัน ก็คือ
1) ทำให้วงจรชีวิตของเส้นผมมีความผิดปกติ
ระยะการงอกยาวของเส้นผมสั้นลง เช่น ปกติเส้นผมอยู่ในช่วงเจริญเติบโตประมาณ 5 – 6 ปี
แต่เมื่อมาเจอกับฮอร์โมน DHT วงจรนี้ก็จะสั้นลงเรื่อย ๆ จาก 5 ปี ก็อาจจะเหลือ 2 – 3 ปี
ก็จะทำให้ผมเก่าหลุดเร็ว รวมถึงระยะพักที่เส้นผมไม่งอกยาวนานมากขึ้น ทำให้ผมใหม่ขึ้นไม่ทัน วงจรเส้นผมนี้ก็จะบิดเบี้ยวไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายผมก็จะไม่งอกใหม่อีกเลยครับ
2) เส้นผมมีขนาดเล็กลง
จากเส้นผมเส้นหนา ๆ ก็จะค่อย ๆ เล็กลงเรื่อย ๆ จนสุดท้ายกลายเป็นเพียงไรผม และหยุดงอกในที่สุด ซึ่งจะมีศัพท์ทางการแพทย์ที่เรียกว่า Miniaturization
และนี่ก็คือ 2 สิ่งหลัก ๆ ที่ฮอร์โมน DHT ออกฤทธิ์ต่อเส้นผม เพียงแต่ว่าแต่ละคนก็จะมีความรุนแรงของปัญหาที่ไม่เท่ากัน อันนี้ก็จะขึ้นอยู่กับ “ กรรมพันธุ์ “ ของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกันครับ

ทำไมแต่ละคนถึงมีอาการผมร่วง ผมบางไม่เหมือนกัน ?
ถ้าคุณพ่อมีแนวโน้มผมบาง–หัวล้าน ลูกชาย (และลูกสาวในบางกรณี) ก็มีโอกาสได้รับยีนนี้ไปด้วยเช่นกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าลูกต้องหัวล้านเสมอไป เพียงแต่จะมี “ความเสี่ยงสูงกว่า” คนที่ไม่มีประวัติครอบครัว
ด้วยปัจจัยที่แตกต่างกันทางพันธุกรรม จะเป็นตัวกำหนด ความไวต่อเอนไซม์ 5-alpha reductase (5AR) และฮอร์โมน DHT ซึ่งส่งผลให้แต่ละคนมีอาการผมร่วง ผมบาง ที่แตกต่างกันไปด้วย
ในกรณีของผู้ชายโดยส่วนใหญ่ก็จะมีผมร่วง ผมบางบริเวณช่องหน้าผาก เว้าเป็นรูปตัว M หรือเรียกว่า M-shape และผมบางตรงช่วงกลางกระหม่อม ในส่วนของผู้หญิงจะมีผมบางกลางศีรษะโดยที่กรอบหน้าหน้ามักจะไม่มีการถอยร่น
ส่วนเส้นผมบริเวณด้านข้าง และด้านหลังจะเป็นโซนที่ทนต่อฮอร์โมน DHT ทำให้บริเวณนั้นไม่เกิดปัญหาผมบางแต่อย่างใด นี่จึงเป็นสาเหตุว่า เวลาเราปลูกผมเราถึงต้องใช้ผมจากด้านหลังมาปลูกที่บริเวณที่มีปัญหาครับ

หัวล้านกรรมพันธุ์ ป้องกันได้ไหม?
ปัญหาผมร่วง-ผมบางจากกรรมพันธุ์ เราคงใช้คำว่า “ป้องกัน” ไม่ได้จากการที่มีการส่งต่อทางกรรมพันธุ์ครับ แต่เราสามารถควบคุมให้ปัญหานี้เดินหน้าช้าลงได้ครับ เช่น การควบคุมน้ำหนักตัว การทานผัก-ผลไม้หลากหลายสี เพื่อเสริมสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและพอดี ไม่หักโหมจนเกินไป เป็นต้นครับ
หรือบางคนที่อยากป้องกันด้วยการทานยา ก็สามารถทานยา Finasteride ได้ครับ เพราะยาตัวนี้จะไปลดการทำงานของ เอนไซม์ 5-alpha reductase (5AR) เพื่อไม่ให้ฮอร์โมนเพศชายหลักถูกเปลี่ยนไปเป็นฮอร์โมน DHT ซึ่งก็สามารถลดปัญหาผมร่วงได้ครับ
แต่ถ้าปัญหาผมร่วง-ผมบางจากกรรมพันธุ์ได้เกิดขึ้นกับคุณแล้ว การปลูกผมก็อาจเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุด ที่จะสามารถเติมเต็มเส้นผมที่หลุดร่วงหายไป ให้กลับมาใหม่ได้นั่นเองครับ
และหากคุณกำลังพิจารณาทางเลือกนี้ BEQ Hair Center พร้อมช่วยดูแลคุณตั้งแต่การวิเคราะห์ การประเมินปัญหา ไปจนถึงเลือกโปรแกรมการปลูกผมให้เหมาะกับสภาพเส้นผม และความต้องการของแต่ละบุคคลครับ

สรุป
ปัญหาผมบาง หัวล้านจากกรรมพันธุ์เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างกรรมพันธุ์และฮอร์โมน DHT ปัญหาจะมากหรือน้อยนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการแสดงออกทางพันธุกรรม และปัจจัยแวดล้อมภายนอกอื่น ๆ แต่หากรู้เร็ว ดูแลเร็ว และเลือกวิธีรักษาอย่างถูกต้อง ก็สามารถชะลอและควบคุมปัญหาได้ทันท่วงทีครับ
เพราะเส้นผมไม่ใช่แค่ความงาม แต่คือความมั่นใจ และภาพลักษณ์ที่สะท้อนตัวตนของเราอย่างแท้จริง
📞 094-441-4965
📩 Line: @beq_haircenter
Click: http://line.me/ti/p/@beq_haircenter
Facebook: BEQ Hair Center
Instagram: beqhaircenter_dr.danai
Youtube: BEQ Hair CenterTIKTOK: beq_hair_center

