การปลูกผมในปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในศัลยกรรมความงามที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในผู้ชาย และผู้หญิงเพราะเส้นผมไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบของรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความมั่นใจ บุคลิกภาพ และภาพลักษณ์ในสังคมอย่างชัดเจน
และสำหรับคนที่สนใจเรื่องการปลูกผม คงจะรู้จักคำว่า “กราฟต์ผม” ดีอยู่แล้ว
“กราฟต์ผม” เป็นสิ่งที่กำหนดทั้งผลลัพธ์ และราคาที่คนไข้ต้องจ่าย แต่ในวันนี้การคำนวณกราฟต์ผมยังไม่มีมาตรฐานกลางที่ชัดเจน ขนาดพื้นที่เดียวกัน อาจถูกประเมินต่างกันไปได้
ทำให้มีบางคนนำ “ช่องโหว่” นี้มาใช้ในทางที่ผิด หรือที่เราเรียกว่า “การโกงกราฟต์” นั่นเอง
สารบัญ
- “กราฟต์ผม” คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?
- “โกงกราฟต์” คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร?
- การใช้กราฟต์เกินจำเป็น ส่งผลเสียมากกว่าที่คิด
- เมื่อการปลูกผมต้องการความโปร่งใส เทคโนโลยีจึงเข้ามามีบทบาท
- BEQ ยกระดับมาตรฐานการปลูกผม ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย
- TrichoLAB 3D Studio ทำงานอย่างไร ?
- สรุป
“กราฟต์ผม” คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?
สำหรับคนที่กำลังศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกผม คำว่า “กราฟต์ผม” เป็นคำที่ได้ยินบ่อยมาก เพราะมันเป็นหน่วยสำคัญที่ใช้ในการประเมินการรักษา
กราฟต์ผม คือ กลุ่มรากผมที่นำย้ายไปปลูก โดยในหนึ่งกราฟต์อาจมีเส้นผมอยู่ประมาณ 1–4 เส้น
สิ่งสำคัญคือจำนวนกราฟต์ที่ใช้ปลูก จะส่งผลต่อ 2 เรื่องหลัก
- ความหนาแน่นของผลลัพธ์หลังปลูก
- ราคาค่ารักษาที่คนไข้ต้องจ่าย
นั่นจึงทำให้ “จำนวนกราฟต์” กลายเป็นตัวเลขที่มีความสำคัญมากในการตัดสินใจของคนไข้

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในวงการปลูกผมก็คือ ปัจจุบันยังไม่มีมาตรฐานกลางในการคำนวณจำนวนกราฟต์ที่ชัดเจน
พื้นที่ที่ต้องการปลูกมีขนาดเดียวกัน อาจถูกประเมินจำนวนกราฟต์แตกต่างกันไปในแต่ละคลินิก
และช่องว่างตรงนี้เอง ที่ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “การโกงกราฟต์”
“โกงกราฟต์” คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร?
คำว่า “โกงกราฟต์” ไม่ใช่คำศัพท์ทางการแพทย์ แต่เป็นคำที่คนในวงการใช้เรียกพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้จำนวนกราฟต์ถูกประเมินสูงกว่าความเป็นจริง
รูปแบบที่พบได้บ่อย เช่น
1. ประเมินจำนวนกราฟต์เกินจริง
บางเคสอาจถูกประเมินจำนวนกราฟต์สูงเกินกว่าที่จำเป็นต้องใช้จริง
ตัวอย่างเช่น
พื้นที่เดียวกัน อาจใช้เพียง 2,000 กราฟต์ แต่ถูกเสนอเป็น 3,000 กราฟต์
ความแตกต่างเพียง 1,000 กราฟต์ อาจทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเป็นหลักแสนบาท
2. ใช้คำว่า “เส้นผม” แทน “กราฟต์”
อีกหนึ่งเทคนิคที่พบได้คือ การใช้คำว่า “เส้นผม” แทนคำว่า “กราฟต์”
ทั้งที่ในความเป็นจริง 1 กราฟต์ไม่ได้เท่ากับ 1 เส้นผม เพราะหนึ่งกราฟต์อาจมีเส้นผม 1 – 4 เส้น
การใช้คำที่ไม่ชัดเจนแบบนี้ การใช้หน่วยนับเป็นเส้นผม อาจทำให้คนไข้ต้องจ่ายในราคาที่สูงขึ้นกว่าความเป็นจริง
3. เสนอกราฟต์จำนวนมากเพื่อดันราคา
บางครั้งคนไข้จะถูกโน้มน้าวด้วยคำว่า “ยิ่งปลูกแน่น ยิ่งดี” หรือ “ปลูกเยอะไว้ก่อนจะได้ดูเต็ม”
ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ความหนาแน่นที่มากเกินไป ไม่ได้หมายความว่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอไป
การปลูกผมต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของความหนาแน่นของเส้นผมเดิม ทิศทางของผม และทรัพยากรของเส้นผมที่มีอยู่ด้วย
การใช้กราฟต์เกินจำเป็น ส่งผลเสียมากกว่าที่คิด
การประเมินกราฟต์เกินจริง ไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องค่าใช้จ่ายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อ ทรัพยากรของเส้นผมในระยะยาว เพราะเส้นผมบริเวณ Donor Area คือทรัพยากรที่มีจำกัด
ผมที่ใช้ปลูกจะถูกนำมาจากบริเวณด้านหลังศีรษะ หรือที่เรียกว่า Donor Area
บริเวณนี้ถือเป็น “ทรัพยากรสำคัญ” เพราะ เส้นผมที่ถูกนำออกไปแล้ว จะไม่สามารถงอกกลับมาเหมือนเดิมได้อีก
ถ้าดึงกราฟต์ออกมามากเกินไป อาจทำให้พื้นที่ด้านหลังบางลงอย่างชัดเจน, ไม่เหลือกราฟต์สำหรับการรักษาในอนาคต และเป็นการสูญเสียผมโดยไม่จำเป็น
เมื่อการปลูกผมต้องการความโปร่งใส เทคโนโลยีจึงเข้ามามีบทบาท
ปัญหาของการโกงกราฟต์ เกิดขึ้นเพราะ ในอดีต การประเมินกราฟต์อาศัย “การประมาณ” เป็นหลัก
แต่ละคลินิกใช้วิธีประเมินต่างกัน และตัวเลขทั้งหมดขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์
หากต้องการยกระดับมาตรฐานของวงการ จำเป็นต้องมีสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ข้อมูลที่ตรวจสอบได้จริง”
นี่คือเหตุผลที่ BEQ Hair Center ลงทุนว่า 2.5 ล้านบาท เพื่อนำเทคโนโลยี TrichoLAB 3D Studio เข้ามาใช้ในการวิเคราะห์เส้นผม

BEQ ยกระดับมาตรฐานการปลูกผม ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย
การที่ BEQ Hair Center นำเทคโนโลยี TrichoLAB 3D Studio เข้ามาใช้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อการตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของวงการปลูกผม โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง “การโกงกราฟต์” ที่เกิดจากการประเมินจำนวนกราฟต์แบบคาดเดา
ด้วยวิสัยทัศน์ของ ดร.พรศักดิ์ เจียมสว่างพร CEO และ Co-Founder ของ BEQ Group ที่ต้องการยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมการปลูกผมให้โปร่งใส และตรวจสอบได้
BEQ จึงลงทุนนำเทคโนโลยีวิเคราะห์เส้นผมขั้นสูงมาใช้ เพื่อให้การคำนวณกราฟต์อ้างอิงจากข้อมูลจริง ไม่ใช่ความรู้สึก หรือการประมาณ ทำให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ ใช้กราฟต์ในจำนวนที่เหมาะสม และยังช่วยยุติปัญหาการโกงกราฟต์ที่เคยเกิดขึ้นในวงการได้อย่างเป็นรูปธรรม

TrichoLAB 3D Studio ทำงานอย่างไร ?
เทคโนโลยีนี้ถูกออกแบบมาเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเส้นผมอย่างแม่นยำ โดยใช้การวิเคราะห์เชิงข้อมูล
ตรวจสุขภาพเส้นผม และหนังศีรษะผ่าน Levia Camera
Levia Camera คือเดอร์มาโตสโคปแบบ USB ให้ภาพที่คมชัดเป็นพิเศษ ทั้งแบบภาพรวม และภาพระยะใกล้ระดับไมโคร
ทำให้แพทย์สามารถประเมินสุขภาพเส้นผม และหนังศีรษะได้อย่างชัดเจน
วิเคราะห์ความหนาแน่นของเส้นผม
ระบบสามารถวิเคราะห์ความหนาแน่นของเส้นผมในหน่วย graft / cm² ทำให้แพทย์ และคนไข้เห็นข้อมูลจริงของเส้นผมในแต่ละพื้นที่
แทนที่จะประเมินด้วยสายตา ระบบสามารถคำนวณพื้นที่ที่ต้องปลูกได้อย่างแม่นยำ
คำนวณกราฟต์ผมที่ต้องใช้แบบแม่นยำ
เมื่อมีข้อมูลทั้งความหนาแน่นของผมเดิม และขนาดพื้นที่ที่จะปลูก ระบบจะสามารถคำนวณจำนวนกราฟต์ที่ต้องใช้ได้อย่างแม่นยำ เพื่อได้ความหนาแน่นที่เหมาะสมที่สุด
และนี่ไม่ใช่การ “ประมาณ” แต่เป็นการคำนวณจากข้อมูลจริง
จำลองแนวผมก่อนปลูกจริง
นอกจากการคำนวณกราฟต์แล้ว เทคโนโลยีนี้ยังสามารถจำลองแนวผมก่อนการปลูกจริง
ทำให้คนไข้สามารถเห็นภาพล่วงหน้าได้ว่าแนวผมจะเป็นอย่างไร และต้องใช้กราฟต์เท่าไร
ทุกอย่างจึงชัดเจน โปร่งใส ตรวจสอบได้ และทุกขั้นตอนถูกออกแบบเฉพาะบุคคล

สรุป
การที่วงการปลูกผมไม่มีมาตรฐานการประเมินกราฟต์ผมที่ชัดเจน อาจเป็นช่องโหว่ที่นำไปสู่การ “โกงกราฟต์” จากผู้ไม่หวังดีได้ ดังนั้น BEQ Hair Center จึงได้ยกระดับมาตรฐานการปลูกผมด้วยเทคโนโลยี เพื่อนำความโปร่งใส และความสบายใจกลับมาสู่คนไข้ทุกคน
แต่การปลูกผมไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยีเท่านั้น แต่คือการผสมผสานกันระหว่าง เทคโนโลยี ทีมแพทย์ และความต้องการของคนไข้ เพื่อนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
และผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ใช่เพียงแค่เส้นผมที่กลับมา แต่คือ ความมั่นใจที่ถูกออกแบบอย่างแม่นยำ โปร่งใส และตรวจสอบได้
หากสนใจด้านการปลูกผม หรือมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :
📞 094-441-4965
📩 Line: @beq_haircenter
Click: http://line.me/ti/p/@beq_haircenter
Facebook: BEQ Hair Center
Instagram: beqhaircenter_dr.danai
Youtube: BEQ Hair Center
TIKTOK: beq_hair_center

